LGT กลุ่มธุรกิจไพรเวทแบงกิ้งและการบริหารสินทรัพย์ระดับนานาชาติ
ซึ่งเป็นของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีการเงิน 2568
โดยสะท้อนการเติบโตที่โดดเด่นและความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคั
ญ รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 9% อยู่ที่ 2.90 พันล้านฟรังก์สวิส
ขณะที่กำไรสุทธิของกลุ่มเพิ่มขึ้น 25% แตะระดับ 445.6 ล้านฟรังก์สวิส
ด้านสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (Assets under Management: AUM) เพิ่มขึ้นเป็น
386.1 พันล้านฟรังก์สวิส (เพิ่มขึ้น 5%)
โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนสุทธิไหลเข้ามูลค่า 11.4 พันล้านฟรังก์สวิส LGT
ยังคงมุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ควบคู่กับการขยายขีดความสามารถด้านดิจิทัล
เพื่อส่งมอบโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายช่วงวัย
และการบริหารความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

LGT รายงานกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
26 มี.ค. 2026
โดยภาพรวม ตลาดการเงินโลกในปี 2568 ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
แม้จะเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้น
ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ในสถานการณ์ดังกล่าว LGT ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตระยะยาวอย่างมีวินัย
โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจในตลาดหลักทั่วโลก
พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่
ลูกค้า
แม้จะเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้น
ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ในสถานการณ์ดังกล่าว LGT ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตระยะยาวอย่างมีวินัย
โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจในตลาดหลักทั่วโลก
พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่
ลูกค้า
รายได้จากการดำเนินงานรวมของกลุ่มเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 2.90
พันล้านฟรังก์สวิส โดยมีปัจจัยจากการเข้าซื้อธุรกิจ Private Advice ของ
Commonwealth Bank of Australia ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี
รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของ LGT เพิ่มขึ้น 12%
สู่ระดับ 1.97 พันล้านฟรังก์สวิส
จากฐานสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและกิจกรรมการลงทุนของลูกค้าที่มากขึ้น
ขณะที่รายได้จากการซื้อขายและรายได้จากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่
621.7 ล้านฟรังก์สวิส ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12% เหลือ 307.7 ล้านฟรังก์สวิส
จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
พันล้านฟรังก์สวิส โดยมีปัจจัยจากการเข้าซื้อธุรกิจ Private Advice ของ
Commonwealth Bank of Australia ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี
รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของ LGT เพิ่มขึ้น 12%
สู่ระดับ 1.97 พันล้านฟรังก์สวิส
จากฐานสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและกิจกรรมการลงทุนของลูกค้าที่มากขึ้น
ขณะที่รายได้จากการซื้อขายและรายได้จากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่
621.7 ล้านฟรังก์สวิส ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12% เหลือ 307.7 ล้านฟรังก์สวิส
จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น 10% อยู่ที่ 1.77 พันล้านฟรังก์สวิส
โดยมีปัจจัยหลักจากการเข้าซื้อธุรกิจ Private Advice ของ Commonwealth Bank of
Australia รวมถึงค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท
จำนวนพนักงานของกลุ่มโดยรวมยังคงอยู่ในระดับทรงตัวที่ 5,891
โดยมีปัจจัยหลักจากการเข้าซื้อธุรกิจ Private Advice ของ Commonwealth Bank of
Australia รวมถึงค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท
จำนวนพนักงานของกลุ่มโดยรวมยังคงอยู่ในระดับทรงตัวที่ 5,891
อัตราเทียบเท่าพนักงานประจำ (FTE) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (31 ธันวาคม 2567:
5,825 FTE) โดยในจำนวนนี้มีพนักงานเพิ่มขึ้น 37 FTE
จากการเข้าซื้อกิจการในออสเตรเลีย ด้านค่าใช้จ่ายด้านธุรกิจและสำนักงานลดลง 3%
อยู่ที่ 453.7 ล้านฟรังก์สวิส
หลังจากโครงการพัฒนาและขยายธุรกิจหลายโครงการเข้าสู่ระยะของการรวมและปรับปร
ะสิทธิภาพ ขณะที่ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และเงินสำรอง ลดลง 3% อยู่ที่ 147.4
ล้านฟรังก์สวิส
5,825 FTE) โดยในจำนวนนี้มีพนักงานเพิ่มขึ้น 37 FTE
จากการเข้าซื้อกิจการในออสเตรเลีย ด้านค่าใช้จ่ายด้านธุรกิจและสำนักงานลดลง 3%
อยู่ที่ 453.7 ล้านฟรังก์สวิส
หลังจากโครงการพัฒนาและขยายธุรกิจหลายโครงการเข้าสู่ระยะของการรวมและปรับปร
ะสิทธิภาพ ขณะที่ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และเงินสำรอง ลดลง 3% อยู่ที่ 147.4
ล้านฟรังก์สวิส
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-Income Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 76.8% ณ สิ้นปี
2568 จากระดับ 78.0% ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิของกลุ่มเพิ่มขึ้น 25% อยู่ที่
445.6 ล้านฟรังก์สวิส นับเป็นผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ
LGT
2568 จากระดับ 78.0% ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิของกลุ่มเพิ่มขึ้น 25% อยู่ที่
445.6 ล้านฟรังก์สวิส นับเป็นผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ
LGT
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นของกลุ่มอยู่ที่ 5.5 พันล้านฟรังก์สวิส
ลดลงจาก 6.0 พันล้านฟรังก์สวิสในปีก่อนหน้า สะท้อนการจ่ายเงินปันผลพิเศษจำนวน
703 ล้านฟรังก์สวิสให้แก่เจ้าของบริษัท หรือราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ สำหรับปีการเงิน 2568
ทั้งนี้ LGT ยังคงมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุน CET1 อยู่ที่ 19.2%
ณ สิ้นปี 2568 และยังคงมีระดับสภาพคล่องสูง
ลดลงจาก 6.0 พันล้านฟรังก์สวิสในปีก่อนหน้า สะท้อนการจ่ายเงินปันผลพิเศษจำนวน
703 ล้านฟรังก์สวิสให้แก่เจ้าของบริษัท หรือราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ สำหรับปีการเงิน 2568
ทั้งนี้ LGT ยังคงมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุน CET1 อยู่ที่ 19.2%
ณ สิ้นปี 2568 และยังคงมีระดับสภาพคล่องสูง
สินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นแตะ 386.1 พันล้านฟรังก์สวิส
ในปี 2568 LGT สามารถสร้างเงินลงทุนสุทธิใหม่ได้จำนวน 11.4 พันล้านฟรังก์สวิส
คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.1% โดยทั้งธุรกิจ Private Banking และ Asset Management
มีส่วนช่วยสร้างเงินทุนไหลเข้าดังกล่าว ขณะที่ ณ สิ้นปี 2568
สินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่ที่ 386.1 พันล้านฟรังก์สวิส เพิ่มขึ้น 5%
เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนสุทธิไหลเข้า
รวมถึงผลการดำเนินงานของตลาดและการลงทุนที่แข็งแกร่ง ตลอดจนสินทรัพย์มูลค่า 2.9
พันล้านฟรังก์สวิสที่เพิ่มเข้ามาจากการเข้าซื้อกิจการในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม
ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้การเติบโตบางส่วนลดลง
คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.1% โดยทั้งธุรกิจ Private Banking และ Asset Management
มีส่วนช่วยสร้างเงินทุนไหลเข้าดังกล่าว ขณะที่ ณ สิ้นปี 2568
สินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่ที่ 386.1 พันล้านฟรังก์สวิส เพิ่มขึ้น 5%
เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนสุทธิไหลเข้า
รวมถึงผลการดำเนินงานของตลาดและการลงทุนที่แข็งแกร่ง ตลอดจนสินทรัพย์มูลค่า 2.9
พันล้านฟรังก์สวิสที่เพิ่มเข้ามาจากการเข้าซื้อกิจการในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม
ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้การเติบโตบางส่วนลดลง
แนวโน้มในอนาคต
LGT ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มในปีข้างหน้า
แม้จะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ท้าทาย
รวมถึงตลาดการเงินที่ยังคาดการณ์ได้ยาก
LGT ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มในปีข้างหน้า
แม้จะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ท้าทาย
รวมถึงตลาดการเงินที่ยังคาดการณ์ได้ยาก
การเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเดิม รวมถึงการสร้างประโยชน์ร่วมกัน
และการประหยัดจากขนาดจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ยังคงเป็นแนวทางสำคัญของ LGT ปัจจุบัน LGT
มีสำนักงานในประเทศเยอรมนีในฮัมบวร์ค แฟรงก์เฟิร์ต โคโลญ และดุสเซลดอร์ฟ
และการประหยัดจากขนาดจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ยังคงเป็นแนวทางสำคัญของ LGT ปัจจุบัน LGT
มีสำนักงานในประเทศเยอรมนีในฮัมบวร์ค แฟรงก์เฟิร์ต โคโลญ และดุสเซลดอร์ฟ
และตั้งแต่ต้นปี 2569 LGT ได้เปิดสำนักงานในมิวนิก
ทำให้เครือข่ายของบริษัทครอบคลุมเมืองหลักด้านไพรเวทแบงกิ้งในเยอรมนี นอกจากนี้
ในปี 2568 LGT Capital Partners
ยังได้จัดตั้งสำนักงานในสิงคโปร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจในภูมิภาค
ทำให้เครือข่ายของบริษัทครอบคลุมเมืองหลักด้านไพรเวทแบงกิ้งในเยอรมนี นอกจากนี้
ในปี 2568 LGT Capital Partners
ยังได้จัดตั้งสำนักงานในสิงคโปร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจในภูมิภาค
LGT จะยังคงเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน
รวมถึงการพัฒนาด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ขณะเดียวกัน
ในช่วงที่การถ่ายโอนความมั่งคั่งระหว่างรุ่นมีความสำคัญต่อผู้ลงทุนทั่วโลกมากขึ้น LGT
จึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับทายาทของลูกค้า
โดยอาศัยประสบการณ์ของบริษัทในฐานะธุรกิจของครอบครัวที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน
รวมถึงการพัฒนาด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ขณะเดียวกัน
ในช่วงที่การถ่ายโอนความมั่งคั่งระหว่างรุ่นมีความสำคัญต่อผู้ลงทุนทั่วโลกมากขึ้น LGT
จึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับทายาทของลูกค้า
โดยอาศัยประสบการณ์ของบริษัทในฐานะธุรกิจของครอบครัวที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
เจ้าชายแมกซ์ ฟอน อุนด์ ซู ลิกเตนสไตน์ ประธาน LGT กล่าวว่า “ปีการเงิน 2568
แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ากลยุทธ์ระยะยาวที่เรายึดมั่นมาตลอดได้สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
เราก็ยังสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่าง
มีนัยสำคัญ
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในด้านบุคลากร คุณภาพของคำแนะนำที่มอบให้ลูกค้า ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน
และขีดความสามารถด้านดิจิทัล ในฐานะธุรกิจของครอบครัว
เราดำเนินธุรกิจด้วยมุมมองระยะยาวจากรุ่นสู่รุ่น
แนวคิดนี้เป็นแนวทางสำคัญในการตัดสินใจของเรา
และเป็นรากฐานของความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้กับเรา”
แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ากลยุทธ์ระยะยาวที่เรายึดมั่นมาตลอดได้สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
เราก็ยังสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่าง
มีนัยสำคัญ
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในด้านบุคลากร คุณภาพของคำแนะนำที่มอบให้ลูกค้า ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน
และขีดความสามารถด้านดิจิทัล ในฐานะธุรกิจของครอบครัว
เราดำเนินธุรกิจด้วยมุมมองระยะยาวจากรุ่นสู่รุ่น
แนวคิดนี้เป็นแนวทางสำคัญในการตัดสินใจของเรา
และเป็นรากฐานของความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้กับเรา”
เกี่ยวกับ LGT
LGT เป็นกลุ่มธุรกิจไพรเวทแบงกิ้งและการบริหารสินทรัพย์ระดับนานาชาติชั้นนำ
ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์มานานกว่า 90 ปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม
2568 LGT บริหารสินทรัพย์รวมมูลค่า 386.1 พันล้านฟรังก์สวิส (487.3
พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้แก่ลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงและลูกค้าสถาบัน ปัจจุบัน LGT
มีพนักงานประมาณ 6,000 คน และมีสำนักงานมากกว่า 40 แห่งในยุโรป เอเชีย อเมริกา
ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง www.lgt.com
LGT เป็นกลุ่มธุรกิจไพรเวทแบงกิ้งและการบริหารสินทรัพย์ระดับนานาชาติชั้นนำ
ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์มานานกว่า 90 ปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม
2568 LGT บริหารสินทรัพย์รวมมูลค่า 386.1 พันล้านฟรังก์สวิส (487.3
พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้แก่ลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงและลูกค้าสถาบัน ปัจจุบัน LGT
มีพนักงานประมาณ 6,000 คน และมีสำนักงานมากกว่า 40 แห่งในยุโรป เอเชีย อเมริกา
ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง www.lgt.com