จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ คนรวยที่สุดในโลกตลอดกาล สอนลูกเรื่องเงินอย่างไร

จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ คนรวยที่สุดในโลกตลอดกาล สอนลูกเรื่องเงินอย่างไร

1 พ.ค. 2026
มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า
“ถ้าคุณทวดซึ่งเป็นผู้นำตระกูลในสมัยนั้น
สามารถสร้างความมั่งคั่ง จนเป็นมหาเศรษฐี
และทำให้ตระกูลร่ำรวยขึ้นมาได้
ในอีก 3 รุ่นถัดมาคือ รุ่นหลาน
ความมั่งคั่งที่คุณทวดหามาได้จะถูกใช้ไป จนหมดสิ้น”
แต่ความเชื่อนั้น ใช้ไม่ได้กับตระกูล “ร็อกกี้เฟลเลอร์”
เพราะถึงแม้เวลาจะผ่านมาถึง 5 รุ่น หรือกว่า 100 ปีแล้ว ลูกหลานของตระกูลนี้ ก็ยังสามารถรักษาความมั่งคั่ง
ให้ยังเป็นตระกูลของคนรวยไว้ได้
แล้วตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์ มีวิธีการอย่างไร จึงยังสามารถรักษาสถานะให้เป็นตระกูลคนรวยได้มาเป็นร้อยปี ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในสมัยที่ จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์
ยังเป็นคนรวยที่สุดในโลกอยู่
จุดเริ่มต้นนั้น เริ่มมาจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดคือ การสอนลูกของเขาในเรื่องการเงินตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งการสอนของคุณร็อกกี้เฟลเลอร์ เริ่มขึ้นเมื่อตอนลูก ๆ ของเขาอายุ 7 ขวบ 
โดยเขาจะให้เงินค่าขนมลูกเป็นรายสัปดาห์ และสอนว่า เงินที่ได้รับมา ควรแบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อสำหรับใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป
- 80% เพื่อใช้ในส่วนที่ตัวเองอยากใช้ 
- 10% เพื่อออมไว้ใช้สร้างอนาคต 
- 10% เพื่อบริจาคการกุศล 
ทั้งนี้ เขายังสอนลูกถึงวิธีในการจัดทำบัญชี เพื่อทำงบการเงินส่วนบุคคล เพื่อใช้บันทึกว่า ในแต่ละสัปดาห์นั้นเงินถูกใช้ไปกับอะไรบ้างอีกด้วย
โดยทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ เด็ก ๆ จะต้องนำสมุดบัญชีมาให้เขาดู
หากเขาพบว่า ลูกของเขาเสียค่าใช้จ่ายไปกับอะไรที่ไม่จำเป็นมากเกินไป เขาก็จะคอยสอนและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
หรือถ้าลูกของเขาอยากได้เงินมากขึ้น ก็ต้องมาช่วยทำงานบางอย่างเพิ่มเติม
นอกจากนี้ คำสอนและคำแนะนำ ที่คุณร็อกกี้เฟลเลอร์ ใช้สอนลูก ยังมีอีกหลายเรื่องที่สำคัญ ไม่แพ้การทำบัญชี
ซึ่งเราสามารถสรุปออกมาได้เป็นหลัก 5 ข้อ ดังนี้
1. เริ่มสอนลูกเรื่องการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ
เป็นไปตามคำโบราณที่ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก”
เพื่อให้ลูกของเขาเข้าใจความสำคัญของเงิน เขาจึงเลือกที่จะสอนลูกตั้งแต่ยังเล็ก
โดยเริ่มปูพื้นฐานความรู้ทางการเงินของลูกให้แน่น
สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการเก็บออมเงิน
และการนำเงินไปต่อยอดในการลงทุน เพื่อให้เงินเจริญงอกเงยต่อไป
2. ทำเป็นแบบอย่างให้ดู
วิธีที่จะช่วยสนับสนุนการสอนที่ดีที่สุด ก็คือการทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับลูก
โดยการใช้ชีวิตของคุณร็อกกี้เฟลเลอร์เอง ก็นับเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะแม้ว่าตอนนั้น เขาจะเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกก็ตาม แต่ในการใช้ชีวิตของเขา ก็ยังเป็นคนสมถะ ประหยัด และอยู่อย่างเรียบง่าย
จากการที่ลูก ๆ ได้เห็นพฤติกรรมของเขาเป็นตัวอย่าง ในทุกวันแบบนี้ ก็ทำให้ลูก ๆ ได้ซึมซับพฤติกรรมของคุณร็อกกี้เฟลเลอร์ไปโดยอัตโนมัติ
3. สอนถึงคุณค่าของการทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ
คุณร็อกกี้เฟลเลอร์นับว่าเป็นคนที่ทำงานหนักมาก แบบหามรุ่งหามค่ำ
ซึ่งสิ่งนี้เอง เขาก็ได้ถ่ายทอดมาสู่ลูก ๆ ของเขาด้วย
เพราะการทุ่มเททำงานอย่างตั้งอกตั้งใจในทุกวันนั้น นอกจากจะทำให้มีโอกาสหาเงินได้มากขึ้นแล้ว ก็ยังทำให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น และเก่งขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ คำแนะนำที่เขาให้แก่ลูก ๆ ยังรวมไปถึง
การหางานที่เรารัก งานที่เราคิดว่ามีความหมายต่อชีวิตของเรา และตั้งอกตั้งใจทำไปจนตลอดชีวิต
เพราะถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารักในทุกวัน ต่อให้มันจะหนักหรือเหนื่อยแค่ไหน เราก็อาจจะไม่ได้รู้สึกว่า มันเป็นงานเลยก็ได้ แต่มันคือวิถีชีวิตของเรา เพราะมันทำให้ชีวิตของเรามีความหมายในทุกวัน
4. สอนถึงคุณค่าของการทำการกุศล
คุณร็อกกี้เฟลเลอร์ เป็นหนึ่งในต้นแบบของมหาเศรษฐีใจบุญ ที่บริจาคความมั่งคั่งของตัวเอง เป็นจำนวนเงินที่มาก เพื่อไว้ใช้ช่วยเหลือผู้อื่น
จริง ๆ ต้องเล่าเพิ่มเติมว่า ในอดีตเขาไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเลย
ชีวิตของเขามีแต่การทำงานหนัก มีแต่ความเครียดสะสม ในเรื่องการขยายบริษัท Standard Oil และการสร้างความมั่งคั่งให้มากขึ้น
จนวันหนึ่ง ในวัย 50 ปี เขาได้ป่วยหนักจนเกือบจะเสียชีวิต
ทำให้เขาได้พบว่า เงินที่เขาหามาได้เยอะขนาดนี้
ไม่ได้ช่วยให้เขา มีความสุขเพิ่มขึ้นเลยสักนิดเดียว
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้เริ่มทำการกุศล โดยบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
ผลก็คือ หลังจากนั้นไม่นาน อาการป่วยของเขาก็เริ่มดีขึ้น
และเขาก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตมาก
ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนวันสุดท้ายของชีวิต
เขาก็ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิต ทำงานด้านการกุศล
เพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น และทำให้โลกนี้ดีขึ้น
ตัวอย่างขององค์กรการกุศล ที่เขาริเริ่ม และโด่งดังระดับโลก ก็คือ “มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์” 
เพราะเป็นมูลนิธิที่สนับสนุนเงินทุนในด้านการแพทย์, การวิจัย และการศึกษา ให้กับพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
นอกจากนี้ เงินที่เขาบริจาค ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ในปัจจุบัน
นั่นก็คือ “มหาวิทยาลัยชิคาโก”
5. สอนถึงคุณค่าความสำคัญของการศึกษา
คุณร็อกกี้เฟลเลอร์เชื่อว่า ถ้าลูก ๆ ของเขาได้มีโอกาสเรียนหนังสือ และศึกษาหาความรู้ในระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ชีวิตมีความเจริญก้าวหน้า
ในปัจจุบัน การศึกษาหาความรู้นั้น ก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ต้องเรียนหนังสือในสถาบันการศึกษาเท่านั้น
แต่การหาความรู้ เราสามารถหาได้รอบตัว
เช่น การอ่านข่าว, อ่านหนังสือ, เรียนคอร์สออนไลน์, ฟังพอดแคสต์, อ่านบทความดี ๆ ในเรื่องที่เราสนใจ
ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเราในอนาคต
ซึ่งการมีความรู้มากขึ้น ยังช่วยทำให้ชีวิตของเรา มีระบบความคิด และการไตร่ตรองที่ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยเราได้มากในการทำงาน และเวลาที่เราต้องตัดสินใจในเรื่องยาก ๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราก็คงเข้าใจหลักการสอนลูกของคุณจอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์โลกกันไปแล้ว
โดยหลักการเหล่านี้ ก็ยังสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ภายในตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์กันอยู่
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทุกวันนี้ ตระกูลนี้ก็ยังสามารถรักษาความมั่งคั่งเอาไว้ และพร้อมส่งต่อให้รุ่นถัด ๆ ไปได้..
#WealthPreservation
#วางแผนการเงิน
#Rockefeller
References
-หนังสือ Titan: The Life of John D. Rockefeller (2004) โดย Ron Chernow
-หนังสือ Andrew Carnegie (2007) โดย David Nasaw
-หนังสือ The Prize: The Epic Quest for Oil, Money & Power (2008) โดย Daniel Yergin
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.