ใครจะคิดว่าวันหนึ่งเราจะเห็นบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำเมืองไทย เข้ามาทำธุรกิจรถไฟฟ้า
เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ วันนี้ได้กลายเป็นจริง เมื่อบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เลือกจะสร้าง New S-Curve ใหม่ให้แก่บริษัทด้วยโมเดลธุรกิจ “SENA Green Auto” ที่จะสร้าง Ecosystem ครบวงจร

รู้จักโมเดลธุรกิจ “SENA Green Auto” ที่จะสร้าง New S-Curve ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ให้แก่ SENA
5 พ.ค. 2026
ที่ว่า “ครบวงจร” เพราะธุรกิจใหม่ของ SENA ไม่ใช่แค่การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถไฟฟ้าอย่างเดียว
แต่เป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่จะเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก ที่อยู่อาศัย โซลาร์ และรถยนต์ไฟฟ้า เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
แต่เป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่จะเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก ที่อยู่อาศัย โซลาร์ และรถยนต์ไฟฟ้า เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือ ธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่สร้าง New S-Curve ให้แก่บริษัทอย่างเดียว
เพราะคนที่ได้ประโยชน์ไม่แพ้กันคือ ลูกบ้านและผู้บริโภคจนถึงสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการเชื่อมต่อ Green Lifestyle อย่างลงตัว
เพราะคนที่ได้ประโยชน์ไม่แพ้กันคือ ลูกบ้านและผู้บริโภคจนถึงสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการเชื่อมต่อ Green Lifestyle อย่างลงตัว
เบื้องหลังเรื่องนี้น่าสนใจมากแค่ไหน ? หาคำตอบไปพร้อม ๆ กับ WealthThink
ถ้าถามว่า ช่องว่างตลาดอสังหาฯ กับ อุตสาหกรรมรถไฟฟ้า คืออะไร ?
คนที่น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คือ ดร.ยุ้ย - ผศ. ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด
คนที่น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คือ ดร.ยุ้ย - ผศ. ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด

“ปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง รถ ที่อยู่อาศัย พลังงาน แต่คือ ระบบชีวิตที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้โมเดลธุรกิจ SENA Green Auto ไม่ใช่แค่ SENA เป็นแค่ดีลเลอร์รถไฟฟ้าอย่างเดียว แต่เราจะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน”
อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ในมุมผู้บริโภค สมมติเราซื้อบ้าน ติดตั้ง Solar Rooftop ซื้อรถไฟฟ้า ทั้งหมดกับทาง SENA นอกจากจะใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตเองไปกับที่อยู่อาศัย ยังสามารถให้รถ EV ได้ชาร์จ ลดค่าใช้จ่ายพลังงานในการเดินทางระยะยาว
ทีนี้ลองมาเจาะลึกใน 3 ธุรกิจหลักว่าแต่ละธุรกิจแข็งแกร่งอย่างไร
และทำไมเมื่อมาเชื่อมต่อเป็น Ecosystem จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคนี้
และทำไมเมื่อมาเชื่อมต่อเป็น Ecosystem จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคนี้

1. ธุรกิจที่อยู่อาศัย
หากพูดถึงโครงการที่อยู่อาศัย Affordable หรือ บ้านในราคาจับต้องได้
SENA จะเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง แต่ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน
สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้
SENA จะเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง แต่ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน
สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้
สิ่งที่ SENA ใช้แก้เกมทำลายอุปสรรคเรื่องนี้ คือการออกแบบโซลูชันหลากหลาย
ควบคู่ไปกับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนการเงินให้แก่คนที่คิดจะซื้อบ้าน อีกทั้งช่วงไตรมาส 2 ยังเตรียมเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่ลูกค้าสามารถนำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อที่อยู่อาศัย
ควบคู่ไปกับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนการเงินให้แก่คนที่คิดจะซื้อบ้าน อีกทั้งช่วงไตรมาส 2 ยังเตรียมเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่ลูกค้าสามารถนำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อที่อยู่อาศัย
จะเห็นว่า SENA สร้างโซลูชันการเงินหลากหลายให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้เป็นตัวช่วยในการปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมในการซื้อที่อยู่อาศัยของแต่ละคน
2. ธุรกิจพลังงานโซลาร์ “SENA Solar Energy”
รู้หรือไม่ SENA ถือเป็นบริษัทอสังหาฯ รายแรก ๆ ที่บุกเบิกธุรกิจโซลาร์เซลล์
โดยทำธุรกิจนี้มานานกว่า 15 ปี จนปัจจุบันติดตั้ง Solar Rooftop ได้มากกว่า 1,500 หลังคาเรือน
คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ เป็นการต่อยอดจากธุรกิจหลักเพื่อสร้างรายได้ใหม่
โดยทำธุรกิจนี้มานานกว่า 15 ปี จนปัจจุบันติดตั้ง Solar Rooftop ได้มากกว่า 1,500 หลังคาเรือน
คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ เป็นการต่อยอดจากธุรกิจหลักเพื่อสร้างรายได้ใหม่

จุดเด่นของ SENA Solar Energy คือ โซลูชัน Solar + Battery + EV-Ready ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ผ่านบริการครบวงจรตั้งแต่ ออกแบบ - ติดตั้ง - รับประกัน - ดูแลหลังการขาย (O&M) พร้อมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท
ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในยุคที่ค่าใช้จ่ายพลังงานผันผวนและเทรนด์สิ่งแวดล้อมที่มาแรง
ทำให้ “SENA Solar Energy” ได้รับความนิยมจากทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C)
ทำให้ “SENA Solar Energy” ได้รับความนิยมจากทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C)
3. ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า “SENA Green Automotive”
หากพูดถึงดีลเลอร์รถไฟฟ้า เรามักนึกถึงตัวแทนจำหน่ายแค่แบรนด์เดียว
แต่ SENA Green Auto กำลังสร้างความ “ต่าง” ด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าถึง
3 แบรนด์ คือ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL
แต่ SENA Green Auto กำลังสร้างความ “ต่าง” ด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าถึง
3 แบรนด์ คือ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL

พร้อมลงทุนสร้างศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช-สุขุมวิท 75 ที่มีบริการตรวจเช็กสภาพรถ, ดูแลแบตเตอรี่ EV และบริการอื่น ๆ
ที่น่าสนใจคือ SENA เลือกที่จะใช้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบโซลูชันทางการเงิน
สร้างความคุ้มค่าและลดภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าเพื่อเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เช่น
สร้างความคุ้มค่าและลดภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าเพื่อเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เช่น
- EV Total Solution ลูกค้าสามารถซื้อรถและติดตั้ง Solar เป็นการวางแผนการเงินครบจบในที่เดียว
รวมถึงสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ระยะยาว
รวมถึงสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ระยะยาว
- โซลูชันการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อลดภาระทางการเงิน

ทีนี้ถ้าหากให้สรุปว่า SENA Green Auto แตกต่างจากตัวแทนรถไฟฟ้าเจ้าอื่นอย่างไร
ที่เห็นชัดเจนจะเป็น 3 เรื่องหลัก ๆ
ที่เห็นชัดเจนจะเป็น 3 เรื่องหลัก ๆ
- Easy มีรถไฟฟ้าให้เลือกหลายแบรนด์และบริการ “SENA Solar Energy” พร้อมโซลูชันการเงิน
สร้าง Ecosystem จบครบในที่เดียว
- Trusted มาตรฐานบริการหลังการขายที่มีคุณภาพและครบวงจร
- Smart Finance โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เป็นเจ้าของรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
จะเห็นว่า SENA ใช้แนวคิด “Infinite Clean Energy Loop” ที่ทำให้บ้านผลิตไฟฟ้า ที่ใช้ทั้งในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV นับเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้แก่ทั้ง 2 ฝ่าย
สร้าง Ecosystem จบครบในที่เดียว
- Trusted มาตรฐานบริการหลังการขายที่มีคุณภาพและครบวงจร
- Smart Finance โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เป็นเจ้าของรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
จะเห็นว่า SENA ใช้แนวคิด “Infinite Clean Energy Loop” ที่ทำให้บ้านผลิตไฟฟ้า ที่ใช้ทั้งในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV นับเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้แก่ทั้ง 2 ฝ่าย

ฝั่งผู้บริโภคที่เป็นลูกบ้าน SENA นอกจากเป็นเจ้าของรถ EV ง่ายขึ้น ยังมีบ้านที่มีโซลาร์เซลล์ที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าชาร์จเข้าสู่รถ ทั้งลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
ส่วนทางฝั่ง SENA นอกจากจะเป็นการสร้าง New S-Curve ธุรกิจใหม่อย่างตัวแทนจำหน่ายรถไฟฟ้า ธุรกิจนี้ยังถูกใช้เป็นจิกซอว์ต่อเติมเป็น Ecosystem ครบวงจร
เป็นวิธีเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการที่อยู่อาศัยและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และที่สำคัญที่สุด คือ ทั้งบ้านผลิตพลังงานและรถไฟฟ้า เป็นธุรกิจสอดรับกับ Mega Trend ผู้บริโภคทั่วโลกในยุคนี้
Reference
- ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
- ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)