เจาะกลยุทธ์อนันต์ อัศวโภคิน ผู้ปั้นกิจการ 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น

เจาะกลยุทธ์อนันต์ อัศวโภคิน ผู้ปั้นกิจการ 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น

11 พ.ค. 2026
การจะปลุกปั้นกิจการสักหนึ่งบริษัทให้เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้ สำหรับหลายคนนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างสูงในวงการธุรกิจแล้ว
แต่มีนักธุรกิจอยู่ท่านหนึ่ง ที่สามารถปั้นธุรกิจจนเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้มากถึง 5 บริษัท
คนคนนั้นคือ คุณอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของบริษัท นักธุรกิจรายใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย
โดยธุรกิจของคุณอนันต์ ที่อยู่ในตลาดหุ้น ครอบคลุมตั้งแต่หมู่บ้านจัดสรร, คอนโดมิเนียม, ศูนย์การค้า, ร้านค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้าน ไปจนถึงธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง
เรียกได้ว่าคุณอนันต์ น่าจะเป็นหนึ่งในนักธุรกิจไม่กี่คน ที่สามารถพาบริษัทตัวเองเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นมากที่สุดคนหนึ่งของไทย
แล้วคุณอนันต์ มีเคล็ดลับอะไร ถึงสามารถสร้างความสำเร็จในวงการธุรกิจซ้ำ ๆ กันได้มากแบบนี้ ?
WealthThink ขอต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่ซีรีส์ The Founder เจาะกลยุทธ์ผู้นำธุรกิจไทย ปักธงเติบโตระดับโลก
คุณอนันต์ เกิดมาในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน พ่อของเขาคือคุณบุญทรง อัศวโภคิน เจ้าของร้านขายผ้าในตลาดสำเพ็ง
ทำให้คุณอนันต์ มีโอกาสคลุกคลีกับการค้าขาย ด้วยการช่วยพ่อขายผ้า และหารายได้เพิ่มด้วยการตั้งแผงขายน้ำเล็ก ๆ หน้าร้าน
แต่คนที่ทำให้คุณอนันต์ เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่พ่อของเขา แต่เป็นคุณเพียงใจ หาญพาณิชย์ แม่ของเขาเอง
คุณเพียงใจ ไม่ได้เป็นเพียงแม่บ้าน คอยดูแลงานบ้าน เหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ในยุคนั้น แต่เธอยังเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด ช่วยมองหาลู่ทางธุรกิจให้สามีของเธอเสมอ
จนในปี 2502 มีคนมาเสนอขายที่ดินให้เธอ เธอจึงเริ่มซื้อที่ดิน มาขายต่อไปเรื่อย ๆ จนมีเงินทุนก้อนหนึ่ง มาเปิดโรงแรมแมนดาริน บนถนนพระราม 4 
คุณอนันต์ และคุณเพียงใจ ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ หรือ LH ขึ้นมาในปี 2526 หลังจากที่ครอบครัวอัศวโภคิน สั่งสมประสบการณ์ในการทำหมู่บ้านจัดสรรมาก่อนหน้านี้แล้ว
โดยการก่อตั้งบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แสดงถึงความตั้งใจของคุณอนันต์ ที่อยากปั้นธุรกิจที่อยู่อาศัยอย่างจริงจัง
ซึ่งในตอนนั้นคุณอนันต์ตั้งใจพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นหลัก และสามารถนำบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้สำเร็จเป็นบริษัทแรกในปี 2532
ก่อนที่ต่อมาคุณอนันต์จะพัฒนาศูนย์การค้า Terminal 21 ที่มีจุดเด่นเรื่องราคาอาหารในศูนย์อาหารที่มีราคาถูก 
แล้วจัดวางตำแหน่งศูนย์อาหารไว้ชั้นบนสุดของศูนย์การค้า เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเดินผ่านศูนย์การค้าให้ครบทุกชั้น 
ซึ่งนับว่าศูนย์การค้า Terminal 21 เป็นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มรายได้ประจำให้กับ LH 
นอกจากบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์แล้ว คุณอนันต์ยังก่อตั้งอีกบริษัทขึ้นพร้อมกันด้วย นั่นคือบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ หรือ QH
ในตอนแรกคุณอนันต์ ตั้งใจจะให้บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ เป็นบริษัทก่อสร้างบ้านในโครงการที่ LH ขายให้ลูกค้า
ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ไปเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ทั้งอาคารสำนักงาน และโรงแรม เพื่อสร้างรายได้ประจำ จากการเก็บค่าเช่า
ซึ่งต่างจาก LH ซึ่งเป็นธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่รับรู้รายได้เป็นครั้ง ๆ เวลาที่ขายบ้านได้ ทำให้ถ้าอยากได้รายได้เพิ่ม ก็ต้องสร้างบ้านใหม่ 
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่คุณอนันต์ ได้ใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเอง ปั้นบริษัทให้ประสบความสำเร็จ จนสามารถเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้เป็นบริษัทที่ 2
โดย QH เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้ในปี 2534 หรือเพียง 2 ปี หลังจากที่คุณอนันต์นำ LH เข้าตลาดเท่านั้นเอง
คุณอนันต์ เป็นเจ้าของธุรกิจที่คอยรับฟังปัญหาของลูกค้าอยู่เสมอ แม้ว่าธุรกิจของคุณอนันต์จะใหญ่มากแล้วก็ตาม
และด้วยความตั้งใจรับฟังปัญหาของลูกค้านี้เอง ที่นำมาสู่ไอเดียการก่อตั้งธุรกิจใหม่ ที่ในอนาคตจะกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากที่สุดที่คุณอนันต์เคยทำมา
ปัญหาที่คุณอนันต์ได้ยินจากลูกค้าบ่อย ๆ ก็คือ เวลาจะซื้อของตกแต่งบ้านใหม่ ต้องคอยตระเวนไปซื้อของหลายที่ กว่าจะซื้อของได้ครบ ก็เสียเวลาเดินทาง และเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
ทำให้คุณอนันต์เกิดไอเดียว่า ถ้ามีร้านค้าที่รวบรวมสินค้าจำเป็นเกี่ยวกับบ้าน มาไว้ในที่เดียว คงช่วยแก้ปัญหาให้ใครหลายคนได้
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO ในปี 2538 ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรแบบ Modern Trade แห่งแรกของไทย
ต่อมา HMPRO ก็กลายมาเป็นบริษัทที่ 3 ของคุณอนันต์ อัศวโภคิน ที่สามารถเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้สำเร็จในปี 2544
ปัจจุบัน HMPRO มีมูลค่าอยู่ที่ 80,000 ล้านบาท นับเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในบรรดา 5 บริษัทที่คุณอนันต์ นำเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้น
ตามมาด้วยบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ หรือ Q-CON ในปี 2547 โดย Q-CON เป็นบริษัทผลิตคอนกรีตมวลเบา ที่คุณอนันต์มองว่าเป็นนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ที่สามารถลดต้นทุน และเพิ่มความเร็วในการสร้างบ้านได้
การมีโรงงานผลิตอิฐมวลเบาเป็นของตัวเอง ทำให้อาณาจักรธุรกิจของคุณอนันต์ มีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
โรงงานผลิตอิฐมวลเบาของ Q-CON ได้รับลิขสิทธิ์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากเยอรมนี ทำให้ Q-CON ไปเตะตากลุ่มทุนใหญ่อีกกลุ่ม คือ SCG
ทำให้ในปี 2553 SCG ได้เข้ามาติดต่อขอซื้อหุ้นจากกลุ่ม LH ของคุณอนันต์ ในสัดส่วน 51% 
คุณอนันต์ ได้ตอบรับข้อเสนอซื้อหุ้นของกลุ่ม SCG จึงมีการแบ่งขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับ SCG นับเป็นการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Q-CON
อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันกลุ่ม SCG จะถือหุ้นใน Q-CON ประมาณ 61% แต่ทาง LH ของคุณอนันต์ ก็ยังถือหุ้นในสัดส่วน 21% อยู่
แสดงให้เห็นว่าคุณอนันต์ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจนี้อยู่ แม้กลุ่ม LH จะไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกต่อไป
และธุรกิจสุดท้ายที่คุณอนันต์ นำเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยก็คือ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป หรือ LHFG
ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินภายใต้อาณาจักรของกลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 
โดยธุรกิจหลักของ LHFG ก็คือ ธนาคารพาณิชย์อย่าง ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 
โดยคุณอนันต์ นำ LHFG เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นในปี 2554 
ซึ่งในภายหลังก็มีการขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับ CTBC Bank จากไต้หวัน เพื่อหาพาร์ตเนอร์มาช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้กับธุรกิจกลุ่มการเงิน
จะเห็นได้ว่า ธุรกิจทั้งหมดที่คุณอนันต์ก่อตั้ง ล้วนเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมที่คุณอนันต์มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
กลายเป็นการต่อยอดธุรกิจให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจรมากขึ้น
นอกจากนี้ธุรกิจในเครือของคุณอนันต์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่เริ่มขยับขยายไปลงทุนต่างประเทศด้วย
ทั้ง HMPRO ที่มีการขยายสาขาในมาเลเซีย 7 สาขา ส่วนบริษัท LH เองก็มีอะพาร์ตเมนต์ และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาด้วย
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ ถ้าเรานำมูลค่าบริษัททั้ง 5 แห่ง ที่คุณอนันต์นำเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นมารวมกัน จะมีมูลค่ารวมทั้งหมด 165,242 บาทเลยทีเดียว..
#WealthCreation
#ธุรกิจไทย
#อัศวโภคิน
References
-รายงานประจำปี 2568 ของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.