
สรุปผลประกอบการ สุกี้ตี๋น้อย ไตรมาส 1 ปี 2569 กำไร 170 ล้านบาท -37% จากปีก่อน
15 พ.ค. 2026
ล่าสุดทางบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เพิ่งประกาศงบการเงินประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมา
โดยทาง JMART ได้ถือหุ้นของบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของร้าน “สุกี้ตี๋น้อย” อยู่เป็นสัดส่วน 30%
หากเราลองเทียบบัญญัติไตรยางศ์กำไรที่ทาง JMART ได้รับจากการถือหุ้นในบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อยแบบง่าย ๆ ดู เราก็จะสามารถหากำไรของบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อยออกมาได้นั่นเอง
โดยทาง WealthThink ได้ลองไปเปิดดูคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ย้อนหลังดูจนถึงไตรมาส 1 ปี 2566
แล้วลองนำมาคำนวณหากำไรของบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย จนถึงงวดปัจจุบันดู ก็จะได้ออกมาแบบนี้
- ปี 2566
ไตรมาส 1 กำไร 208 ล้านบาท มีจำนวน 46 สาขา
ไตรมาส 2 กำไร 212 ล้านบาท มีจำนวน 48 สาขา
ไตรมาส 3 กำไร 256 ล้านบาท มีจำนวน 50 สาขา
ไตรมาส 4 กำไร 237 ล้านบาท มีจำนวน 55 สาขา
ส่งผลให้ปี 2566 บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย มีกำไร 913 ล้านบาท
- ปี 2567
ไตรมาส 1 กำไร 277 ล้านบาท มีจำนวน 64 สาขา
ไตรมาส 2 กำไร 333 ล้านบาท มีจำนวน 67 สาขา
ไตรมาส 3 กำไร 280 ล้านบาท มีจำนวน 73 สาขา
ไตรมาส 4 กำไร 279 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 78 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 1 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ส่งผลให้ปี 2567 บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย มีกำไร 1,169 ล้านบาท
- ปี 2568
ไตรมาส 1 กำไร 271 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 82 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 2 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ไตรมาส 2 กำไร 311 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 86 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 4 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ไตรมาส 3 กำไร 221 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 86 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 7 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ไตรมาส 4 กำไร 57 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 93 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 9 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
- ปี 2569
ล่าสุดคือไตรมาส 1 กำไร 170 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 105 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 10 สาขา และ Teenoi Gold ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 2 สาขา
โดยหากเทียบผลประกอบการระหว่าง ไตรมาส 1 ปี 2568 และปี 2569 ดู จะพบว่าบริษัทมีกำไรลดลง -37%
อย่างไรก็ตาม ในคำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการของ JMART ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า
หากเราไปดูที่รายได้ บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย จะมีรายได้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2,588 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง +32% เลย
แต่ถึงแม้ว่ารายได้จะเติบโตมากมายขนาดนี้ ในทางกลับกัน กำไรกลับลดลงไปอย่างมาก ซึ่งหากเราลองไปเปรียบเทียบย้อนไปไกลกว่านั้น คือไปถึงไตรมาส 1 ปี 2567
เราก็จะเห็นว่า ผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่กำไรของบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย ยังไม่สามารถแซงหน้าไตรมาสนั้นได้อีกเลย
ซึ่งการที่รายได้ที่เติบโต แต่กำไรที่ลดลง ก็อาจจะมาได้จากหลายสาเหตุ
- เป็นผลมาจากการพยายามจัดโปรโมชั่นอย่างหนัก เพื่อจูงใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการบ่อย ๆ โดยต้องยอมแลกกับอัตราการทำกำไรที่จะลดลง
- หรืออาจจะมาจาก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการพยายามขยายสาขาใหม่ ออกมาเรื่อย ๆ ก็เป็นได้
รวมไปถึงราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น ซึ่งเป็นผลราคาพลังงานที่สูงขึ้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็เป็นได้
ทำให้ในไตรมาสหน้า ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางออกผลแบบเต็ม เราก็ต้องติดตามต่อไปว่า กำไรของสุกี้ตี๋น้อยนั้นจะเป็นอย่างไร..
Reference
- คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ ไตรมาส 1 ปี 2566 จนถึง ไตรมาส 1 ปี 2569