
Tencent เจ้าของ WeChat แอปครอบจักรวาล ที่คนจีน 1,400 ล้านคน ขาดไม่ได้
4 มิ.ย. 2026
ลองคิดตามกันดูว่า บนโลกใบนี้ จะมีอยู่กี่แอป ที่มีคนจำนวน 1,400 ล้านคน ใช้ทำแทบจะทุกอย่างในชีวิตประจำวัน
ทั้งจ่ายค่าน้ำค่าไฟ, สั่งอาหาร, นัดพบแพทย์, ซื้อตั๋วรถไฟ, โอนเงิน, ดูหนัง ไปจนถึงการยื่นเรื่องกับหน่วยงานราชการ
เรากำลังพูดกันถึง “WeChat” และบริษัทที่อยู่เบื้องหลังแอปตัวนี้ ก็คือ Tencent อาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน
หากสงสัยว่า เรื่องราวของ Tencent เป็นมาอย่างไร และทำไมบริษัทถึงก้าวล้ำ จนยิ่งใหญ่มาได้ขนาดนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในปี 1998 เมื่อชายหนุ่มชื่อ Ma Huateng หรือที่คนทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ Pony Ma
ได้รวมกลุ่มเพื่อนจากมหาวิทยาลัย พร้อมระดมเงินทุนได้ก้อนแรกคือ 500,000 หยวน (เกือบ 4 ล้านบาท ในปัจจุบัน) ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา ชื่อว่า Tencent
คุณ Pony มีลักษณะเป็นโปรแกรมเมอร์ขี้อาย ที่ไม่ชอบพูดต่อหน้าคน จนคนรอบตัวเขาแทบไม่มีใครเชื่อว่า เขาจะสามารถทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้เลย
ธุรกิจแรกของ Tencent ก็คือการทำโปรแกรมแชต ชื่อว่า OICQ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ICQ โปรแกรมแชตชื่อดังจากอิสราเอล
แม้จะเป็นธุรกิจแรก แต่ OICQ ก็เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพราะภายในแค่ปีแรก ก็มียอดผู้ใช้งานลงทะเบียนทะลุ 1,000,000 คนแล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของบริษัท ที่กว่าจะเป็นตำนาน ประสบความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ ก็มักจะต้องเจอความยากลำบาก มาท้าทายความมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้ง อยู่ตลอดเวลาไม่ต่างกัน
เพราะหลังจากเปิดตัว OICQ ได้ไม่นาน บริษัท AOL ที่ได้ซื้อกิจการ ICQ ไป ได้ฟ้องร้อง Tencent ว่า ละเมิดเครื่องหมายการค้า
บริษัทจึงจำเป็นต้องรีแบรนด์ใหม่ ด้วยการเปลี่ยนชื่อจาก OICQ มาเป็น QQ
โปรแกรมแชตที่มีสัญลักษณ์รูปนกเพนกวิน ที่เหล่าวัยรุ่นไทยช่วงต้นปี 2000 น่าจะยังพอจำกันได้
แต่ปัญหาก็ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะถึงแม้บริษัทจะเริ่มต้นช่วงแรกได้ดีก็จริง แต่กิจการก็ยังอยู่ในช่วงเผาเงินเพื่อเร่งการเติบโต ทำให้เงินที่ระดมทุนมาได้ กำลังจะหมด
คุณ Pony เคยถึงกับถอดใจ เกือบจะขายบริษัทในราคาแค่ 600,000 หยวนเท่านั้น..
และแล้วจุดพลิกผันสำคัญ ที่ทำให้บริษัทสามารถตั้งหลักได้มั่นคงก็มาถึง
ในปี 2000 บริษัทร่วมลงทุนจากสหรัฐอเมริกาคือ IDG และบริษัทโทรคมนาคมจากฮ่องกงคือ PCCW ตัดสินใจเพิ่มทุนให้ Tencent ช่วยให้บริษัทอยู่รอดมาได้
จากนั้นบริษัทก็เริ่มค้นพบโมเดลการทำเงินแบบใหม่ ที่ไม่มีใครเคยลองในจีนมาก่อน คือการขายของเสมือนในโลกออนไลน์ เช่น อวทาร์และไอเทมในเกม
ซึ่งต่อมา บริษัทก็เปลี่ยนเป็นการบุกเข้าตลาดเกมออนไลน์อย่างเต็มตัว
สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นไปตามลำดับ โปรแกรมแชตของบริษัท สามารถครองส่วนแบ่งทางธุรกิจในจีน ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
พร้อมกันกับความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจของทีมผู้ก่อตั้ง ที่มีมากขึ้น จนคุณ Pony เริ่มกลายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ แถวหน้าในประเทศจีนแล้ว
แต่ต่อให้บริษัทจะเติบโต มีผลิตภัณฑ์ที่คนจีนทั้งประเทศต้องใช้งานกันอยู่ทุกวัน ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บริษัทอยู่ตลอด นั่นคือ
“บริษัทนี้ ไม่ได้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมใหม่อะไรเลย เพราะสิ่งที่บริษัททำ ก็มีแค่การลอกเลียนแบบเท่านั้น”
ตรงนี้ คุณ Pony ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะในมุมของเขา การลอกไม่ใช่เรื่องที่ผิด
สิ่งที่เขาทำและเห็นว่าเป็นสาระสำคัญกว่า ก็คือการนำไอเดียดี ๆ ที่พิสูจน์มาแล้วว่า ใช้งานได้จริงในระดับโลก มาปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานชาวจีนต่างหาก
โดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ ให้มันสิ้นเปลือง..
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง ที่จะสร้างรากฐานให้บริการของบริษัท กลายมาเป็นเครื่องมือครอบจักรวาล ที่คนจีนจำนวน 1,400 ล้านคน ต้องใช้กันทุกวัน ได้เริ่มต้นในปี 2010
คืนหนึ่งที่สำนักงานใหญ่ของ Tencent คุณ Allen Zhang ซึ่งในเวลาต่อมา ผู้คนจะขนานนามเขาว่า “บิดาแห่ง WeChat”
ได้สังเกตเห็นแอปชื่อ Kik กำลังโตแบบระเบิดระเบ้อบนสมาร์ตโฟน
คุณ Allen จึงได้ส่งอีเมลหาคุณ Pony กลางดึก เพื่อขอโอกาสพัฒนาแอปแชตสำหรับมือถือให้บริษัทดูบ้าง
คุณ Pony ตอบรับอย่างรวดเร็ว และใช้วิธีกระตุ้นให้พนักงานทำงานกันได้เร็วขึ้น ด้วยการมอบหมายให้แต่ละทีมภายในบริษัท แข่งขันกันเอง เพื่อดูว่าใครจะสร้างแอปที่ดีที่สุด ออกมาได้ก่อนกัน
ซึ่งทีมของคุณ Allen เอง เป็นฝ่ายชนะ..
WeChat ไม่ใช่แค่เรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายเท่านั้น แต่ไปไกลถึงขั้น สร้างฟีเชอร์การใช้งานอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวแอปเองออกมาด้วย
โดยฟีเชอร์การส่งข้อความเสียงสั้น ๆ แค่ 60 วินาทีนี้ ได้เปลี่ยนวิธีการสื่อสารของผู้คนเป็น 1,000 ล้านคน ไปตลอดกาล
แถมแอปนี้ในเวลาต่อมา ก็ถูกยกระดับขึ้น ไม่ใช่ไว้แค่ส่งข้อความเพียงอย่างเดียว แต่กลายมาเป็นแอปเดียว หรือ Super App ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเราได้เกือบทุกอย่างในชีวิต
เช่น ส่งข้อความ, ชำระเงิน, นัดหมอ, สั่งซื้อสินค้า, เรียกรถ ไปจนถึงซื้อขายหุ้น
ปัจจุบันนี้ WeChat ซึ่งไว้ใช้งานนอกประเทศจีน และ Weixin ซึ่งเป็นแอปเดียวกัน แต่ไว้ใช้งานแค่ภายในประเทศจีน มีผู้ใช้งานถึง 1,400 ล้านคน
ครอบคลุมประชากร ประมาณ 1 ใน 5 ของโลก..
เมื่อ WeChat ตั้งหลักได้แล้ว Tencent ก็เริ่มมองออกไปไกลกว่าแค่ขอบเขตในจีน เพราะต้องการก้าวข้ามไปเป็นบริษัทระดับโลกที่แท้จริง
บริษัทได้พบว่า โลกของเกมออนไลน์เป็นตลาดที่ใหญ่มาก จนนำมาสู่ การได้ทำดีลลงทุนในกิจการเจ้าของเกมชื่อดัง ที่ประสบความสำเร็จเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เป็นจำนวนมาก
- ปี 2011 ลงทุนในบริษัท Riot Games ผู้พัฒนา League of Legends หนึ่งในเกมที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของโลก
- ปี 2012 ลงทุนในบริษัท Epic Games ผู้พัฒนา 2 เกมที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเกมทั่วโลก คือ Fortnite และ Unreal Engine
- ปี 2015 เปิดตัว Honor of Kings เกมแนว MOBA บนมือถือ ถูกพัฒนาโดย TiMi Studio ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Tencent เอง
Honor of Kings กลายเป็นเกมมือถือที่ทำรายได้สูงสุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2017 และยังเป็นต้นกำเนิดของเกม RoV ที่คนไทยชอบเล่นกัน ในเวลาต่อมาด้วย
- ปี 2016 ลงทุนในบริษัท Supercell ผู้สร้างเกม Clash of Clans
- ปี 2018 ลงทุนในบริษัท Ubisoft เจ้าของลิขสิทธิ์เกมดังระดับตำนานอย่าง Assassin's Creed และ Far Cry
และนอกจากนี้เอง เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น ก็ได้ผันตัวกลายมาเป็นนักลงทุนรายใหญ่ ที่ลงทุนในกิจการอนาคตไกล กระจายอยู่ในทั่วโลก
ไล่มาตั้งแต่ Meituan, DiDi, Roblox, Discord, Spotify ไปจนถึงบริษัทในลาตินอเมริกาอย่าง Nu Holdings
ทุกวันนี้ Tencent ลงทุนในบริษัทกว่า 600 แห่งทั่วโลก เรียกได้ว่า ไม่ว่าเราจะเปิดแอปไหนอยู่ก็ตาม ก็มีโอกาสสูงมาก ที่ Tencent จะได้เงินของเรา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
สำหรับในปัจจุบันนี้ กลุ่มธุรกิจของ Tencent สามารถแบ่งออกมาได้ เป็น 3 ประเภทหลัก ประกอบด้วย
- ธุรกิจ Value-Added Services
มีทั้งเกมในฝั่งประเทศจีน ที่มีตัวชูโรงอย่าง Honor of Kings
ฝั่งต่างประเทศ ผ่านบริษัทที่ Tencent เข้าไปลงทุน ซึ่งมีเกมชื่อดังมากมาย เช่น League of Legends, Fortnite และ Clash of Clans
โดยในส่วนนี้ ก็ยังครอบคลุมไปจนถึง ตัวธุรกิจ QQ และ Tencent Music ด้วย
- ธุรกิจ Marketing Services
คือธุรกิจโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มอย่าง WeChat และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่บริษัทเป็นเจ้าของ
- ธุรกิจ FinTech and Business Services
รวมตัว WeChat Pay ซึ่งเป็นธุรกิจการเงิน และ Tencent Cloud คือธุรกิจขายคลาวด์ให้ลูกค้าธุรกิจ ตอนนี้ก็ยังถูกจัดไว้เป็นหมวดเดียวกัน
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราน่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวของ Tencent และกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ที่เปลี่ยนให้บริษัทนี้ กลายเป็นบริษัทชั้นนำของจีน ที่เทียบชั้นระดับโลก กันดีขึ้นแล้ว
จากจุดเริ่มต้น ที่ก่อตั้งโดยผู้บริหารขี้อาย พูดไม่เก่ง แถมบริษัทเคยถูกเหยียดหยามว่า มีดีแค่ลอกคนอื่นเขา
แต่บริษัทนี้ ก็ไม่เคยปล่อยให้เสียงก่นด่าเหล่านั้น มาหยุดยั้งการพัฒนา แต่ค่อย ๆ พยายามสร้างจักรวาลในแบบของตัวเองขึ้นมาทีละขั้น ๆ ผ่านการวางหมากที่รัดกุมของผู้บริหาร มาตลอด 28 ปี
หากจะมีสักบทเรียน ที่เราสามารถถอดออกมาได้ ก็อาจจะเป็น บางครั้งวิธีการที่ฉลาดที่สุด ในการแข่งขันบนโลกธุรกิจ ที่ดูแสนจะเคร่งเครียดนี้
อาจจะไม่ใช่ การเลือกทำสิ่งใหม่ด้วยตัวเองทั้งหมดตลอดเวลา แต่เป็นการเลือกเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุด ที่เคยมีคนทำสำเร็จ เป็นแบบอย่างมาให้เห็นแล้ว
และนำมาต่อยอด ปรับปรุงให้ดีขึ้น เหมาะสมตามแบบของเรา ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ง่ายกว่า ต่อการเร่งความเร็ว ให้ธุรกิจของเรา เบ่งบานได้อย่างสวยงาม
เฉกเช่นเดียวกับ พัฒนาการของ Tencent ที่สะท้อนแก่นของปรัชญานี้ออกมา ตลอดช่วงชีวิตของบริษัท ก็เป็นได้..
#WealthCreation
#ธุรกิจต่างประเทศ
#Tencent
References
-หนังสือ Influence Empire: Inside the Story of Tencent and China’s Tech Ambition (2022) โดย Lulu Chen
-รายงานประจำปี 2025 บริษัท Tencent Holdings Limited