
NTF บริษัทที่เข้าตลาดได้ภายใน 6 ปี จากการเห็นโอกาส ส่งออกทุเรียนไทย ไปขายเมืองจีน
22 มิ.ย. 2026
หากเราลองสังเกตดู จะเห็นคล้ายกันว่า บรรดาบริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นไทย มักจะมีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไปแทบทั้งนั้น
แต่รู้หรือไม่ว่า มีบริษัทหนึ่งที่เพิ่งก่อตั้งมาได้แค่ 6 ปีเท่านั้น แต่ด้วยผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการที่ผู้ก่อตั้ง เลือกจับตลาดได้ถูกต้องมาตั้งแต่แรก
และวันนี้บริษัทนี้ มีมูลค่าสูงถึง 3,200 ล้านบาท..
เรากำลังพูดกันถึง บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF
หากสงสัยว่า แล้ว NTF มีที่มาที่ไปอย่างไร, ทำธุรกิจอะไร และด้วยระบบในการทำธุรกิจแบบไหน จึงทำให้บริษัทกลายมาเป็นบริษัทอายุน้อย ที่โตเร็ว ได้แบบนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
จุดเริ่มต้นของ NTF ต้องย้อนกลับไปในปี 2563 เมื่อคุณตี้ วิชัย ศิระมานะกุล และคุณแนน อิศรา ภูววิเชียรฉาย มองเห็นโอกาสที่จะช่วยยกระดับเกษตรกรรมของประเทศไทย เชื่อมไปสู่ในระดับโลก
แนวคิดนี้ มีที่มาจากการรู้จักจุดเด่นของผู้ก่อตั้งแต่ละคนเป็นอย่างดี
เพราะคุณตี้มีความเชี่ยวชาญเรื่องการส่งออกผลไม้สด ส่วนคุณแนนโดดเด่นในการบริหารจัดการธุรกิจ
ซึ่งพอมาผสานกันอย่างลงตัวแล้ว ก็เลยช่วยให้ธุรกิจเกิดใหม่นี้ มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ผลไม้ชนิดแรกที่บริษัทส่งออก คือลำไยสด โดยส่งออกไปที่ตลาดฉางชา มณฑลหูหนาน ประเทศจีน
และพอถึงปี 2564 ก็เริ่มเปิดตลาดใหม่ พร้อมกันกับเพิ่มผลไม้อีกชนิด ซึ่งได้กลายมาเป็นพระเอกให้กับบริษัทจนถึงปัจจุบัน นั่นคือทุเรียน
การเติบโตของบริษัท เป็นไปอย่างมีลำดับขั้น จากเริ่มต้นส่งออกผลไม้ธรรมดา ๆ
หลังจากนั้นก็พัฒนามาเป็นการคุมคุณภาพของสินค้าให้เสถียร แล้วต่อยอดจนสร้างแบรนด์ของบริษัทเอง ให้เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า
ปัจจุบันนี้ บริษัทมีทั้งแบรนด์ของตัวเอง และแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับลูกค้า ประกอบด้วย
- แบรนด์ของบริษัท เช่น MEILI, TAITINGHAO, MOMANTAI และ MINI
- แบรนด์ที่พัฒนาร่วมกับลูกค้า เช่น JINYAN, TAIJI และ LIUPAI
ต่อมาเราลองมาลงลึกถึงโมเดลการทำธุรกิจของบริษัทกันอีกสักนิด เพื่อช่วยให้พวกเราเข้าใจว่า NTF มีวิธีในการหาเงินอย่างไร
ความน่าสนใจของบริษัทก็คือ มีโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า Asset Light ทำให้ไม่ต้องลงทุนปลูก, ผลิต และกักตุนสินค้า ด้วยตัวเอง
แต่ทำตัวเปรียบเสมือนเป็นธุรกิจแพลตฟอร์ม แบบครบวงจร ที่ช่วยเชื่อมระหว่าง ลูกค้าต่างประเทศที่ต้องการผลไม้ และโรงคัดบรรจุผลไม้ หรือล้ง
เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าที่ดีที่สุด และมีคุณภาพระดับมาตรฐานเดียวกัน ไปถึงมือลูกค้า ผ่านระบบการควบคุมของบริษัท ที่เข้าไปช่วยดูในทุกส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมนั่นเอง
โดยหากจะสรุปกระบวนการทำงานของบริษัทออกมาเป็นขั้นตอนง่าย ๆ จะเป็นดังต่อไปนี้
- รับออร์เดอร์จากลูกค้าก่อน แล้วค่อยไปหาของ
กระบวนการทำงานจะเริ่มต้น เมื่อได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง ในกรณีที่ต้องแบกรับสต๊อกสินค้า แต่ความต้องการซื้อของลูกค้า ไม่มาตามนัด
- ทำสัญญากับล้ง
เมื่อรู้จำนวนสินค้าแล้ว บริษัทจะนำคำสั่งซื้อนั้น ส่งต่อไปให้กับทางล้งที่ทำสัญญากันไว้ เพื่อให้ล้งจัดหาสินค้ามาให้
และยังมีการลงทุนในด้านเครื่องมืออุปกรณ์สายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ให้ดีขึ้นอยู่ตลอดอีกด้วย
- ควบคุมคุณภาพ เพื่อคัดเลือกสินค้าที่ดีที่สุด
ถึงแม้ทางฝั่งล้งจะเป็นผู้จัดหาสินค้าให้ก็จริง แต่บริษัทก็จะลงไปคุมเข้มที่หน้างานด้วยในทุกกระบวนการ เพื่อเป็นการการันตีว่า สินค้าที่ได้รับ มีคุณภาพผ่านมาตรฐานแน่นอน
- และสุดท้ายคือ เมื่อสินค้าพร้อม ก็จะจัดส่งไปให้ลูกค้า ผ่านเครือข่ายผู้จัดส่งที่เชื่อถือได้
ทีนี้ มาดูผลประกอบการของบริษัทกันบ้างดีกว่า
ในปี 2568 สินค้าที่ทำรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุดคือ ทุเรียนสด คิดเป็นสัดส่วนถึง 95%, รองลงมาคือ มะพร้าว 2%, ลำไย 2% และอื่น ๆ อีก 1%
ส่วนผลประกอบการคือรายได้และกำไรย้อนหลัง จะเป็นดังนี้
ปี 2567 รายได้ 1,118 ล้านบาท และกำไร 64 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 2,524 ล้านบาท และกำไร 229 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 2,524 ล้านบาท และกำไร 229 ล้านบาท
และล่าสุดคือ ไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้ 477 ล้านบาท และกำไร 32 ล้านบาท
โดยบริษัทได้อธิบายสาเหตุของการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่เราเห็นนี้ไว้ว่า มาจากการที่สินค้าของบริษัทได้รับความนิยมอย่างสูง จากบรรดาผู้บริโภคชาวจีน
ทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้า เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลมาหลายปีติดต่อกัน
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจกันดีขึ้นแล้วว่า บริษัท NTF ทำอะไร และด้วยโมเดลการทำธุรกิจแบบไหน จึงทำให้บริษัทสร้างการเติบโตได้แบบที่เราเห็นอยู่นี้
บางทีแล้ว เคล็ดลับในการทำธุรกิจเกิดใหม่ ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ได้มาจากการต้องคิดอะไรบรรเจิดสุดล้ำ ทำเทคโนโลยีให้ก้าวไกล กว่าผู้ประกอบการรายอื่นก็ได้
แต่กลับเป็นการหาที่ทางของตัวเองให้เจอ และมองเห็นช่องว่าง พอที่เราจะเอาตัวเองเข้าไปสอดแทรกอยู่บนเทรนด์นั้น ก็ทำให้เราสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจระดับหลาย 1,000 ล้านบาท ได้เหมือนกัน
เฉกเช่นเดียวกับ เรื่องราวของ NTF ที่ถึงแม้จะมีอายุแค่ 6 ปี แต่ก็สร้างมูลค่าจนสามารถแซงหน้าบางบริษัทที่เข้ามาก่อนได้เลย..
—------------------------------
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
ในงาน mai FORUM 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
สามารถเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://evcnx.co/mai2026

References
-รายงานประจำปี 2568 บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/NTF/financial-statement/company-highlights
-https://www.ntfintergroup.com/th/about-ntf/our-story
-รายงานประจำปี 2568 บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/NTF/financial-statement/company-highlights
-https://www.ntfintergroup.com/th/about-ntf/our-story