SECURE บริษัทขายโล่ป้องกัน ภัยทางไซเบอร์ ที่ทุกองค์กรขาดไม่ได้

SECURE บริษัทขายโล่ป้องกัน ภัยทางไซเบอร์ ที่ทุกองค์กรขาดไม่ได้

24 มิ.ย. 2026
ในโลกที่ข้อมูลสำคัญ ๆ หลายอย่างในชีวิตของเรา อยู่ในระบบออนไลน์ ทั้งบัญชีโซเชียลมีเดีย บัญชีธนาคาร ไปจนถึงข้อมูลด้านสุขภาพ
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของเราในโลกแห่งความเป็นจริงเลย
แล้วรู้ไหมว่า หนึ่งในตัวละครที่สำคัญที่คอยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้กับคนไทยอยู่ก็คือ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน) หรือ SECURE
แล้วเรื่องราวของ SECURE จะมีความน่าสนใจมากแค่ไหน ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
SECURE ถูกก่อตั้งในปี 2557 โดยผู้ก่อตั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งได้สั่งสมประสบการณ์และฐานลูกค้ามาจากบริษัทเดิมที่เคยทำมาตั้งแต่ปี 2548 จากการเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ในช่วงที่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของไทย เริ่มกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ
อีกทั้งผู้ก่อตั้งที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็น CEO อย่างคุณนักรบ เนียมนามธรรม ก็มีประสบการณ์ทำงานในบริษัทเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกมาแล้ว
ปัจจุบัน SECURE มีสินค้าที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายมากมาย แต่เราสามารถแบ่งสินค้าออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 4 ประเภทดังนี้
1. ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security)
สินค้ากลุ่มนี้ ถือเป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุดของบริษัท เพราะช่วยสร้างรายได้หลักให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
โดยเทคโนโลยีในกลุ่มนี้ จะมุ่งเน้นการสร้างเกราะป้องกัน เพื่อควบคุมและตรวจสอบการรับส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายภายในองค์กร และเครือข่ายสาธารณะ
ตัวอย่างพันธมิตรระดับโลกสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ คือ บริษัท Palo Alto Networks บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์รายใหญ่จากสหรัฐฯ
2. ระบบรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Security)
จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และวัฒนธรรมการทำงานที่เปลี่ยนไป
ผู้คนเริ่มนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ทำงานมากขึ้น ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์แบบพกพา
ทำให้อุปกรณ์ปลายทางได้กลายมาเป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์ในการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น
สินค้ากลุ่มนี้ของบริษัทจึงเข้ามาตอบสนองต่อภัยคุกคามนี้มากขึ้น
ตัวอย่างพันธมิตรระดับโลกสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ คือ บริษัท Palo Alto Networks และ Trend Micro
3. ระบบบริหารจัดการประสิทธิภาพและการตรวจสอบเครือข่าย (Network Performance and Monitoring)
สินค้าในกลุ่มนี้ไม่ได้ทำหน้าที่สกัดกั้นการโจมตีทางไซเบอร์โดยตรง แต่จะทำหน้าที่วิเคราะห์ Traffic บนเครือข่าย เพื่อสืบหาคอขวดในการรับส่งข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายแบบอัตโนมัติโดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์
ตัวอย่างพันธมิตรระดับโลกของสินค้ากลุ่มนี้ก็เช่น Colasoft SolarWinds และ Kentik
4. นวัตกรรมระดับแอปพลิเคชัน และการจัดการข้อมูลอื่น ๆ (Others)
เพื่อตอบสนองต่อเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่ม บริษัทได้ขยายพอร์ตสินค้า ด้วยการนำเสนอเครื่องมือสำหรับการพิสูจน์ตัวตน (Authentication) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และการคุ้มครองโคดโปรแกรม
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรระดับโลกในสินค้ากลุ่มนี้ก็เช่น
บริษัท Black Duck ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Synopsys ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ออกแบบชิประดับโลก
โดยผลิตภัณฑ์ของ Black Duck ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายก็คือ โปรแกรมทดสอบความปลอดภัย และตรวจสอบช่องโหว่ทางไซเบอร์
Cloudflare ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Software as a Service ที่ช่วยทำให้เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันทำงานได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์แล้ว บริษัทยังมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นของตัวเองอีกด้วย ผ่านบริษัท เอ็นเดต้าธอธ จำกัด
ผ่านการร่วมทุนกับ บริษัท เดต้า ว้าว จำกัด ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมาพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัวแบบเบ็ดเสร็จ ตามข้อกฎหมาย PDPA
จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลาย และครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่นับวันจะมีความสำคัญยิ่งขึ้น
ทีนี้เราลองมาดูผลประกอบการของ SECURE ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมากัน
ปี 2565 รายได้รวม 897 ล้านบาท กำไรสุทธิ 55 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้รวม 1,072 ล้านบาท กำไรสุทธิ 92 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้รวม 1,252 ล้านบาท กำไรสุทธิ 116 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้รวม 1,314 ล้านบาท กำไรสุทธิ 122 ล้านบาท
และล่าสุดในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 309 ล้านบาท เติบโต 4.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 35 ล้านบาท เติบโต 18.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อน
ผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของ SECURE สวนทางกับเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย ได้แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม
เพราะหลากหลายองค์กรในไทย ก็คงตระหนักได้ว่า ต้นทุนที่แพงที่สุด อาจจะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ แต่เป็นมูลค่าความเสียหายที่เราไม่ได้วางแผนป้องกันไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง..
—------------------------------
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
ในงาน mai FORUM 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
สามารถเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ลิงก์นี้ https://evcnx.co/mai2026
References
- รายงานประจำปี 2568 ของบริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน)
- เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
- คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 ของบริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน)
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.