Claude AI ตั้งชื่อตาม ผู้ชายในรูปนี้

Claude AI ตั้งชื่อตาม ผู้ชายในรูปนี้

14 ก.ค. 2026
ปัจจุบัน ในบรรดาโมเดล AI ฉลาดสุดล้ำยุค ที่มักจะสร้างปรากฏการณ์ระดับเขย่าโลกทั้งใบ ทุกครั้งที่มีการอัปเดตอะไรใหม่ออกมา
ก็คงจะไม่มีใครที่มักจะสร้างเรื่องสร้างราว ให้ผู้คนทั้งโลกกังวลต่ออนาคต และเห็นภาพอนาคตโดยรวมอันดูรุ่งเรือง ราวกับถอดแบบมาจากนิยายไซไฟ ในเวลาเดียวกัน
ได้เท่ากับ Claude AI จากบริษัท Anthropic อีกแล้ว..
แต่เราเคยรู้กันมาก่อนบ้างหรือไม่ว่า ชื่อ Claude นี้มีที่มา และชายผู้ถูกนำชื่อมาตั้งเป็นนามของ AI ที่โด่งดังไปทั่วโลกตัวนี้ ก็มีเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจมาก
เพราะผลงานของเขานั้น เป็นรากฐานของทั้งโลกยุคดิจิทัล และหลักการจัดสรรเงินลงทุน ซึ่งก็ยังใช้กันจนถึงทุกวันนี้อยู่เลย
เรากำลังพูดกันถึง คุณ Claude Shannon อีกหนึ่งตำนานอัจฉริยะแห่งโลกคณิตศาสตร์ ชนิดที่ 100 ปี จะโผล่มาแบบนี้สักคนหนึ่ง
หากสงสัยว่า ชีวิตของเขามีความน่าสนใจอย่างไร และทำไมคมความคิดของเขา ถึงได้มามีอิทธิพลทั้งในฝั่งการพัฒนาเทคโนโลยี และการลงทุน ได้จนถึงปัจจุบันแบบนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
คุณ Claude Shannon เกิดในปี 1916 ที่รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเขาเรียนจบปริญญาตรีจาก University of Michigan ถึง 2 สาขาพร้อมกัน คือวิศวกรรมไฟฟ้าและคณิตศาสตร์
และจากนั้นก็เรียนต่อจนจบปริญญาเอกจาก MIT ในวัยเพียงแค่ 24 ปี
หลังเรียนจบ เขาเริ่มทำงานที่ Bell Labs ซึ่งเป็นห้องทดลองวิจัยระดับโลกของบริษัทโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นอย่าง AT&T
ที่นี่เอง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาได้ทำงานด้านการเข้ารหัสลับ เพื่อช่วยปกป้องการสื่อสารลับระดับชาติ
ระบบที่เขาได้ช่วยพัฒนาขึ้นมานั้น ถูกนำไปใช้ในสายโทรศัพท์ลับ ระหว่างประธานาธิบดี Franklin Roosevelt ของสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรี Winston Churchill ของอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชื่อของคุณ Shannon ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดกาล กลับเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่ง ที่เขาแอบทำคู่ขนานไปพร้อมกันด้วย โดยที่ไม่มีใครรอบข้างเขา รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย..
ในปี 1948 เขาตีพิมพ์งานวิจัยชื่อ “A Mathematical Theory of Communication”
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ “Information Theory” หรือก็คือทฤษฎีสารสนเทศอันโด่งดังแห่งโลกคณิตศาสตร์นั่นเอง
งานชิ้นนี้ ได้นิยามความหมายของคำว่า “ข้อมูล” ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ผ่านการริเริ่มหน่วยวัดที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้คือ “Bit”
เพื่อไม่ให้งงกัน ต้องขออธิบายให้เข้าใจแบบนี้ก่อนว่า ในอดีต ช่องทางการสื่อสารทั้งหมดนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านโทรเลข โทรศัพท์ และวิทยุ จะถูกมองว่า เป็นระบบที่ทำงานเป็นเอกเทศ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
แต่งานของคุณ Shannon ปฏิวัติภาพความเข้าใจนี้ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาสามารถทำให้ช่องทางการสื่อสารทุกอย่างที่กล่าวมา ถูกรวมอยู่ในระบบเดียวกันได้สำเร็จ
นั่นคือ ไม่ว่าข้อมูลจะเข้ามาในรูปแบบไหน สุดท้ายแล้วจะถูกแปลงเป็นตัวเลข 0 และ 1 ได้ทั้งหมด
ตรงนี้เอง ถือเป็นจุดกำเนิดแห่งโลกยุคดิจิทัล ที่เรากำลังใช้ชีวิตกันอยู่ เพราะรากฐานทางภาษาของคอมพิวเตอร์ ก็ล้วนมีแต่เลข 0 กับ 1 อยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง..
ความน่าทึ่งจากเรื่องราวชีวิตของคุณ Shannon ไม่ได้มีแค่นี้เท่านั้น เพราะเขายังชอบใช้เวลาว่างสร้างของเล่นแปลก ๆ ออกมามากมาย
เช่น เครื่องคิดเลขที่คำนวณด้วยเลขโรมัน, รองเท้าโฟมสำหรับเดินบนน้ำ
และที่ล้ำสุด ๆ ในยุคนั้น คือ “Theseus” หนูหุ่นยนต์ในเกมจำลองเขาวงกต ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1950
โดยหนูหุ่นยนต์ตัวนี้ จะถูกตั้งโปรแกรมให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อหาวิธีออกจากเขาวงกต ผ่านการลองผิดลองถูก จนจดจำทางเดินที่ถูกต้องไว้ สำหรับการวิ่งครั้งถัด ๆ ไป
แม้สิ่งประดิษฐ์นี้จะดูแปลกตาสำหรับยุคนั้น แต่ก็ถือว่าเป็นงานในยุคแรกเริ่ม ที่กำลังบอกโลกนี้เป็นนัย ๆ ว่า เครื่องจักรนั้นสามารถเรียนรู้ได้จริง
และในสักวัน มันจะถูกขยายผล จนต่อยอดให้เกิดเป็นการสร้างปัญญาประดิษฐ์ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้ ไปตลอดกาล..
นอกจากบทบาทที่กล่าวมา ในฝั่งของโลกการลงทุน ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า คุณ Shannon ก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ชนิดหาตัวจับได้ยากด้วยเหมือนกัน
ในปี 1986 นิตยสาร Barron’s เคยรายงานผลตอบแทนของกองทุนรวมกว่า 1,026 กองทุนในตลาด
ผลปรากฏออกมาว่า เมื่อเทียบกันแล้ว พอร์ตการลงทุนส่วนตัวของคุณ Shannon เอาชนะกองทุนเหล่านั้นได้ถึง 1,025 กองทุน..
โดยในระหว่างปี 1958 ถึง 1986 นั้น เขาสามารถทำผลตอบแทนจากการลงทุน ได้เฉลี่ยสูงถึง 28% ต่อปี
หรือพูดให้เห็นภาพหน่อยก็คือ หากเรานำเงิน 1,000,000 บาท ไปฝากให้คุณ Shannon ช่วยลงทุน สุดท้ายแล้วเราจะได้เงินทั้งหมดกลับคืนมา รวมประมาณ 1,000 ล้านบาท
คิดเป็นการเติบโตของเงินลงทุนระดับ 1,000 เท่า..
ถึงตรงนี้ ก็คงมีหลายคนอาจจะพากันคิดไปว่า ที่มาของผลตอบแทนระดับตำนานนี้ คงจะมาจากสูตรคณิตศาสตร์อันสลับซับซ้อน ที่คนทั่วไปคงเอาไปทำตามไม่ได้เป็นแน่
คำตอบคือ ไม่ใช่เลย
เพราะหลักการลงทุนที่เขาใช้ เรียบง่ายเป็นอย่างมาก นั่นคือเขาจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยี ที่เขามีความเข้าใจเป็นอย่างดี ไม่กี่ตัวเท่านั้น
บริษัทเหล่านี้จะต้องมีคุณภาพดี, มีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว และมีผู้บริหารที่เขาเชื่อมั่น คอยกำหนดทิศทางของบริษัทอยู่
โดยคุณ Shannon จะเลือกถือหุ้นของบริษัทแบบนี้ไปนาน ๆ ไม่ซื้อขายบ่อย เพื่อปล่อยให้พลังมหัศจรรย์ของผลตอบแทนแบบทบต้น ทำงานได้อย่างเต็มที่..
ตัดภาพมาที่อิทธิพลทางความคิดของคุณ Shannon ต่อโลกการลงทุนกันบ้าง
ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแนวทางการลงทุนส่วนตัวของเขาเลย แต่มาจากงานด้านคณิตศาสตร์ที่เขาริเริ่มเอาไว้
เพราะในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน เพื่อนร่วมงานของเขา คือคุณ John Kelly ได้นำทฤษฎีสารสนเทศของคุณ Shannon ไปต่อยอด
จนเกิดเป็นสูตรคณิตศาสตร์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในยุคนี้ รู้จักกันในชื่อ “Kelly Criterion”
สูตรนี้เข้ามาช่วยตอบคำถาม ที่นักลงทุนส่วนใหญ่อยากรู้มาตลอดว่า ในแต่ละครั้งที่เราตัดสินใจลงทุนนั้น เราควรจะลงเงินเป็นสัดส่วนเท่าไรของพอร์ต
เพื่อช่วยให้พอร์ตของเรา ทั้งเติบโตได้เร็วที่สุดในระยะยาว และปิดโอกาสการเจ๊งจนหมดตัว ไปพร้อมกัน
เรื่องนี้พอฟังดู ก็มีความตลกปนอยู่เหมือนกัน เพราะทฤษฎีที่คุณ Shannon คิดไว้สำหรับความก้าวหน้าให้วงการคณิตศาสตร์
กลับสามารถพลิกแพลง เอาไปใช้ลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ได้อย่างลงตัว..
แต่เรื่องก็ยังไม่จบอยู่แค่นั้น เพราะถึงแม้คุณ Kelly จะเป็นคนคิดค้นสูตรนี้ได้ก็จริง แต่เขาไม่ใช่คนที่นำวิธีนี้ไปใช้ จนโด่งดังไปทั่วโลก
เพราะคนที่นำไปใช้ กลับเป็นนักคณิตศาสตร์หนุ่มแห่ง MIT และกลายมาเป็นอีกหนึ่งเทรดเดอร์ไร้พ่ายระดับตำนานของโลกการลงทุน นามว่าคุณ Edward Thorp
เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 1960 เมื่อคุณ Thorp ได้เดินมาเล่าให้คุณ Shannon ฟังว่า เขาสามารถคิดค้นระบบนับไพ่เพื่อเอาชนะเกม Blackjack ในกาสิโนได้แล้ว
แต่ยังไม่รู้ว่า ในการเดิมพันแต่ละครั้งนั้น เขาควรจะลงเงินเป็นสัดส่วนเท่าไรจึงจะเหมาะสม
เมื่อคุณ Shannon ได้ฟัง จึงแนะนำให้คุณ Edward ลองไปอ่านงานวิจัยของคุณ Kelly อดีตเพื่อนร่วมงานของเขาที่ Bell Labs ดู
ซึ่ง Kelly Criterion นี้เอง ก็คือจิกซอว์ชิ้นสุดท้ายที่คุณ Edward กำลังตามหาอยู่
เขาได้นำไปใช้งานจริงในกาสิโน ก่อนจะต่อยอดมาสู่ตลาดหุ้น จนกลายเป็นตำนานผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ไร้พ่าย ที่ถูกคนรุ่นหลังศึกษาวิธีคิด พร้อมถอดบทเรียนการลงทุน ไปตลอดกาล..
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวของคุณ Claude Shannon ตำนานอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตมาอย่างเบิกบาน กันดีขึ้นแล้ว
จะเห็นได้ว่า สิ่งที่คุณ Shannon ได้ทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่เพียงทฤษฎีลอย ๆ บนกระดาษเท่านั้น
แต่มันลึกซึ้งไปถึงขั้น เป็นรากฐานทางความคิดสำคัญ ให้ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งในฝั่งของการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในโลกเทคโนโลยี
รวมถึงโลกการลงทุน ที่แม้จะดูเป็นทางอ้อม แต่ก็ต่อยอดมาเป็นหลักคิดอย่าง Kelly Criterion ให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อย ได้ใช้สร้างความมั่งคั่งระดับเปลี่ยนชีวิต
และหลังจากเขาได้ฝากผลงานระดับเปลี่ยนโลก ให้คนรุ่นต่อไป นำไปต่อยอด เพื่อสร้างโลกใบนี้ให้ดีขึ้นแล้ว
เมื่อช่วงบั้นปลายมาถึง คุณ Shannon ได้เลือกใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ ก่อนจะจากไปในปี 2001 ด้วยวัย 84 ปี
ถึงแม้ตัวจะจากไป แต่ตำนานของเขาจะยังคงอยู่ ทิ้งไว้เป็นมรดก ให้คนรุ่นหลังรับเอาภูมิปัญญาของเขา ไปสร้างเป็นนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อไป
ซึ่งในอีก 22 ปีถัดมา ตอนที่บริษัทดาวรุ่งแห่งยุคนี้อย่าง Anthropic ต้องการจะตั้งชื่อให้กับ AI ตัวใหม่ของพวกเขา
ชื่อที่ถูกเลือกมา จึงเป็นอื่นใดไปไม่ได้ นอกจากชื่อของชายผู้เป็นรากฐานต่อการกำเนิดแห่งยุค AI นามว่า “Claude” นั่นเอง..
#WealthPreservation
#กลยุทธ์ลงทุน
#ClaudeShannon
References
-หนังสือ Fortune's Formula: The Untold Story of the Scientific Betting System That Beat the Casinos and Wall Street (Expanded 20th Anniversary Edition) (2025) โดย William Poundstone
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.