ย้อนรอย ไอศกรีมโฟร์โมสต์ ธุรกิจที่ถูกคู่แข่งซื้อกิจการ เพื่อปิดตำนาน แล้วขึ้นเป็นผู้นำแทน

ย้อนรอย ไอศกรีมโฟร์โมสต์ ธุรกิจที่ถูกคู่แข่งซื้อกิจการ เพื่อปิดตำนาน แล้วขึ้นเป็นผู้นำแทน

24 ก.ค. 2026
หลายคนน่าจะคุ้นเคย กับไอศกรีมแท่งคู่ติดกันที่เรียกว่า “ยักษ์คู่” 
รู้ไหมว่าแรกเริ่มเดิมที ไอศกรีมยักษ์คู่นี้ ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นโดยวอลล์ ซึ่งเป็นแบรนด์เจ้าของไอศกรีมแท่งคู่นี้ในปัจจุบัน
แต่คือมรดกที่ยังหลงเหลืออยู่ของอดีตผู้บุกเบิก และผู้นำในตลาดไอศกรีมในไทยที่ชื่อว่า โฟร์โมสต์
แล้วทำไมปัจจุบันไอศกรีมยักษ์คู่ของโฟร์โมสต์ ถึงกลายมาเป็นของวอลล์ได้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ตอนนั้นโฟร์โมสต์ เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์นมจากเนเธอร์แลนด์ ต้องการเข้ามาขายนมจืดบรรจุขวดในไทย
แต่ตอนนั้นคนไทยยังไม่คุ้นเคยกับการดื่มนมมากนัก ทำให้โฟร์โมสต์ ต้องหาวิธีทำให้คนไทยคุ้นเคยกับรสชาติของนมให้ได้
ด้วยความที่ไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนเกือบทั้งปี ทำให้โฟร์โมสต์คิดค้นไอศกรีมที่ผสมรสชาติของนมในรูปแบบของไอศกรีมแท่งขึ้นมา
ไม่นานไอศกรีมแท่งของโฟร์โมสต์ก็เริ่มเป็นที่แพร่หลาย และครองตลาดไอศกรีมแท่งในไทยได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันนมจืดบรรจุขวดของโฟร์โมสต์ก็เริ่มขายดีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนไทยเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติของนม และมีความไว้วางใจแบรนด์โฟร์โมสต์มากขึ้นแล้ว
เท่านั้นยังไม่พอ โฟร์โมสต์ยังเป็นผู้ริเริ่มร้านไอศกรีมนั่งทานแบบพาร์เฟต์ เป็นแห่งแรกในไทยอีกด้วย
สำหรับใครที่นึกภาพไม่ออกว่าร้านไอศกรีมแบบพาร์เฟต์เป็นอย่างไร ?
ร้านไอศกรีมพาร์เฟต์ ก็คือร้านที่เสิร์ฟไอศกรีมลงในแก้วทรงสูง ภายในแก้วก็จะมีลูกไอศกรีมวางซ้อนกัน บนสุดของแก้วก็จะใส่วิปครีม หรือลูกเชอร์รีขนาดเล็ก
ภายในร้านก็จะมีตู้ตักไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ ให้พนักงานคอยตักไอศกรีม แล้วเดินไปเสิรฟ์ให้ลูกค้าได้นั่งทานไอศกรีมที่ร้านเลย
แบบเดียวกับที่เราเห็นในร้านสเวนเซ่นส์ในปัจจุบันนั่นเอง
โฟร์โมสต์ตั้งชื่อร้านไอศกรีมของตัวเองว่า ศาลาโฟร์โมสต์ และมีกลยุทธ์ในการเลือกทำเลที่น่าสนใจไม่น้อย
เพราะโฟร์โมสต์ มักจะเลือกขยายสาขาใกล้ ๆ กับโรงหนัง ตั้งแต่ย่านสยาม ไปจนถึงย่านราชดำเนิน ใกล้ศาลาเฉลิมไทย ซึ่งเป็นย่านที่วัยรุ่นสมัยก่อนชอบไปดูหนังกัน
จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมของวัยรุ่นไทยที่เมื่อดูหนังกันจบแล้ว ก็มักจะมาแวะทานไอศกรีมที่ร้านศาลาโฟร์โมสต์กันก่อนกลับบ้าน
เรียกได้ว่าก่อนที่ร้านสเวนเซ่นส์จะกลายเป็นจุดนัดเดตของวัยรุ่นยุคปัจจุบัน ร้านศาลาโฟร์โมสต์ ก็เคยทำหน้าที่นี้มาก่อน ในสมัยพ่อแม่เรายังเป็นวัยรุ่นกันอยู่
โฟร์โมสต์ที่ครองทั้งตลาดไอศกรีมแท่ง ที่ขายตามรถเข็นและร้านโชห่วย ไปจนถึงการบุกเบิกร้านไอศกรีมนั่งทาน
ทำให้โฟร์โมสต์เคยครองส่วนแบ่งตลาดไอศกรีมในไทยมากถึง 40%
แต่โฟร์โมสต์ ดีใจกับความสำเร็จของตัวเองได้ไม่นาน ก็ต้องเจอกับคู่แข่งหน้าใหม่ที่บีบเข้ามาจากทั้ง 2 ด้าน 
จากทั้งคู่แข่งร้านไอศกรีมนั่งทานอย่างสเวนเซ่นส์ และไอศกรีมแท่งอย่างวอลล์ ที่ขายตามรถมอเตอร์ไซค์ และร้านสะดวกซื้อ
จากการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น เพื่อรักษาความเป็นเจ้าตลาด ในที่สุดโฟร์โมสต์ก็ทนไม่ไหว
ตัดสินใจขายกิจการให้กับคู่แข่งอย่างวอลล์ เพื่อกลับไปโฟกัสธุรกิจนมจืดบรรจุขวดของตัวเอง ในปี พ.ศ. 2535 เป็นมูลค่า 600 ล้านบาท 
ซึ่งถ้าปรับเงินเฟ้อเป็นค่าเงินในปัจจุบัน ดีลนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 1,369 ล้านบาทเลย.. 
ที่น่าสนใจก็คือ วอลล์ไม่ได้ซื้อไอศกรีมของโฟร์โมสต์ มาเป็นบริษัทลูก ที่ต้องทำธุรกิจต่อ เพื่อหารายได้ มาชดเชยกับเงินที่ต้องจ่ายมาซื้อกิจการของโฟร์โมสต์
ในทางตรงกันข้าม ยูนิลีเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของวอลล์ กลับตัดสินใจปิดกิจการไอศกรีมแบรนด์โฟร์โมสต์ทันที
ทำให้ถ้าจะบอกว่าดีลนี้ เป็นการซื้อธุรกิจคู่แข่ง เพื่อให้หายไปจากตลาด ก็คงจะไม่ผิดนัก 
เป็นการปิดฉากร้านศาลาโฟร์โมสต์ ร้านไอศกรีมนั่งทานเจ้าแรก ๆ ในไทยอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม ไอศกรีมแท่งระดับเรือธงของโฟร์โมสต์อย่าง ยักษ์คู่ ก็ยังคงอยู่ภายใต้ร่มเงาของแบรนด์วอลล์อยู่
เพราะเป็นไอศกรีมแท่งยอดนิยมของคนไทย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร 
คือเป็นไอศกรีม 2 แท่งที่ติดกันในซองเดียว แต่สามารถหักแบ่งออกมาเป็น 2 ไม้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ดีลในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้ วอลล์ กลายเป็นแบรนด์ไอศกรีมที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในไทยที่ 46% แทนที่โฟร์โมสต์จวบจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่สเวนเซ่นส์ กลายมาเป็นผู้นำในธุรกิจร้านไอศกรีมนั่งทาน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 75% 
เรื่องราวของธุรกิจไอศกรีมของโฟร์โมสต์ ได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า โลกธุรกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
บางครั้งผู้ชนะที่เคยเข้ามาทำธุรกิจเป็นเจ้าแรก อาจไม่ใช่ผู้ชนะตลอดกาล 
และคู่แข่งหน้าใหม่ในตลาด ก็อาจจะไม่ใช่ผู้ที่เสียเปรียบในการแข่งขันเสมอไป
โดยเฉพาะคู่แข่งหน้าใหม่ที่มีทุนหนา อย่างในกรณีของวอลล์ ที่มียูนิลีเวอร์ บริษัทแม่คอยเป็นแหล่งเงินทุน 
จนสามารถกลืนกิจการไอศกรีมของโฟร์โมสต์ ซึ่งเคยเป็นผู้นำตลาดไปได้ แล้วก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดไอศกรีมประเทศไทยแทน..
#WealthCreation
#ธุรกิจไทย
#ไอศกรีมโฟร์โมสต์
References
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.