
Seagate บริษัทที่ทำให้ไทย กลายเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ ใช้ในการประมวลผล AI ระดับโลก
20 ส.ค. 2026
รู้ไหมว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกแผ่นฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ หรือ HDD เป็นอันดับ 1 ของโลก
โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา ไทยส่งออก HDD คิดเป็นมูลค่ามากถึง 380,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 27% ของมูลค่า HDD ทั่วโลก
ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ HDD กำลังเป็นที่ต้องการในการประมวลผลของ AI เป็นอย่างมาก จากการเร่งลงทุนสร้าง Data Center อย่างต่อเนื่อง
และบริษัทที่เป็นเจ้าของกำลังการผลิต HDD ส่วนใหญ่ในไทย ก็คือบริษัทจากสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อว่า Seagate
เรื่องราวของบริษัทนี้เป็นมาอย่างไร แล้วทำไม Seagate ถึงเลือกเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
จุดเริ่มต้นของ Seagate เกิดขึ้นในปี 1978 เมื่อคุณ Alan Shugart และผู้ร่วมก่อตั้งอีกหลายคน ที่มีทั้งอดีตวิศวกร และอดีตผู้บริหาร
มาลงขันกัน ก่อตั้งบริษัทผลิตแผ่นดิสก์เก็บข้อมูลขนาดเล็ก เพื่อรองรับการเติบโตของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่มีขนาดเล็กลงมา
โดยจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทก็ได้เกิดขึ้นในปี 1980 เมื่อบริษัททำสัญญาเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์หลักให้กับบริษัท IBM
การเป็นคู่ค้าหลักให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นอย่าง IBM ก็ทำให้ Seagate ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ของโลกทันที
จากนั้นอีก 1 ปีต่อมา บริษัทก็สามารถเข้าไประดมทุนในตลาดหุ้น Nasdaq ได้สำเร็จ
โดยบริษัทใช้เงินทุนที่ได้มา ไปกว้านซื้อกิจการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และลดคู่แข่งในตลาดไปในตัวด้วย
จนในที่สุดแล้ว ตลาดแผ่นดิสก์เก็บข้อมูล เหลือผู้เล่นรายใหญ่อยู่แค่ 3 รายเท่านั้น คือ Seagate และคู่แข่งอย่าง Western Digital กับ Toshiba เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะครองส่วนแบ่งตลาดได้เยอะมาก แต่เส้นทางธุรกิจของบริษัทก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
เพราะสหรัฐอเมริกา และประเทศในแถบเอเชียตะวันออก กำลังมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จากค่าแรงที่สูงตามกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย เนื่องจากมีค่าแรงที่พอแข่งขันได้ และแรงงานมีฝีมือที่บริษัทต้องการก็มีเป็นจำนวนมาก
ปัจจุบัน Seagate มีโรงงานผลิตอยู่ในไทยด้วยกัน 2 แห่ง ก็คือ
1. โรงงาน Seagate เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานแรกที่เริ่มเปิดทำการในปี 1988
2. โรงงาน Seagate โคราช จังหวัดนครราชสีมา ที่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 1996
โดยโรงงานที่โคราชแห่งนี้ เป็นโรงงานของ Seagate ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือประมาณ 2,700,000 ตารางฟุต
ในขณะที่โรงงานที่ใหญ่ที่สุดรองลงมา ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1,540,000 ตารางฟุต
เรียกได้ว่าโรงงานที่อยู่ในไทยมีขนาดใหญ่กว่ากันเกือบเท่าตัว
และเป็นการแสดงให้เห็นว่า Seagate เลือกไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัท
โดยโรงงานทั้ง 2 แห่งในไทย อยู่ภายใต้บริษัทย่อยที่ชื่อ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีผู้ถือหุ้นคือ Seagate ถือหุ้นทั้งหมด 100%
เราลองมาดูกันดีกว่าว่า บริษัทในไทยของ Seagate สร้างรายได้มากแค่ไหน เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดที่ Seagate ทำได้
- ปี 2024 บริษัทย่อยในไทยมีรายได้ 125,073 ล้านบาท ขณะที่ Seagate มีรายได้รวม 217,000 ล้านบาท
- ปี 2025 บริษัทย่อยในไทยมีรายได้ 156,331 ล้านบาท ขณะที่ Seagate มีรายได้รวม 300,000 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า บริษัทย่อยในไทย สร้างรายได้ให้กับ Seagate เกินครึ่งเลยทีเดียว
เห็นตัวเลขรายได้ที่มากขนาดนี้แล้ว หลายคนอาจจะงงว่า ทุกวันนี้คนทั่วไปที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ได้เก็บข้อมูลในแผ่นดิสก์กันแล้ว
ทำไม Seagate ยังมีรายได้นับแสนล้านบาทอยู่
ก็ต้องบอกว่า แผ่นดิสก์รุ่นใหม่ที่ Seagate ผลิตในปัจจุบันนี้ ยังมีความจำเป็นในการเก็บข้อมูลใน Data Center
เพื่อให้ AI สามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้น มาช่วยในการประมวลผลของ AI ได้
เพราะหากไม่มีแผ่นฮาร์ดดิสก์ ช่วยเก็บข้อมูลจำนวนมากแล้ว AI ก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำให้ใช้เวลาประมวลผลนานขึ้น
และยิ่งโลกของเราต้องสร้าง Data Center มากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นของคนทั้งโลก
ประเทศไทย และ Seagate ก็คงรับประโยชน์จากเทรนด์นี้ไปพร้อม ๆ กัน..
-------------------------
แม้ฐานการผลิตใหญ่ และรายได้กว่าครึ่งจะสร้างจากบริษัทย่อยในไทย แต่ถ้าเราอยากจะลงทุนเพื่อเกาะกระแสเติบโตไปกับ Seagate ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
แถมได้หุ้นระดับโลกอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ สามารถศึกษาเพิ่มเติมตามรายละเอียดในคอมเมนต์ได้เลย..
#WealthCreation
#ธุรกิจต่างประเทศ
#Seagate
References
- รายงานประจำปี 2026 ของ Seagate
- งบการเงินประจำปี ของบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า