
ชายคนนี้ คิดค้นสมการเปลี่ยนโลกการเงินได้ แต่เก็บไว้รวยเงียบ ๆ คนเดียว
26 ส.ค. 2026
ในปี 1997 รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ได้ถูกมอบให้แก่เจ้าของผลงานเบื้องหลังสมการเปลี่ยนโลก เพียงหนึ่งเดียว ที่มาจากฟากฝั่งของโลกการเงิน
นั่นคือ “Black-Scholes” อันลือลั่น ที่ทำให้มนุษย์เรารู้วิธีการคำนวณหาราคาที่ควรจะเป็นของทั้งวอร์แรนต์และออปชัน ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แต่สิ่งที่หลายคนไม่ค่อยจะรู้กันก็คือ ก่อนที่สมการนี้จะถูกตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการในปี 1973 นั้น
ได้มีอัจฉริยะหนุ่มด้านคณิตศาสตร์ คิดค้นสูตรเดียวกันนี้ ออกมาได้ตั้งแต่ปี 1967 แล้ว
โดยได้ทำออกมาทั้งแบบของทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อปิดช่องโหว่ให้สามารถเอาไปใช้งานในโลกการเงินได้จริง แบบเต็มประสิทธิภาพ..
แต่แทนที่เขาจะเลือกตีพิมพ์ผลงานออกมาเผยแพร่ เขากลับเลือกที่จะเก็บความลับนี้เอาไว้ ไม่บอกให้โลกรู้ และเอามันไปใช้หาเงินให้ตัวเองได้เป็นกอบเป็นกำอยู่นานหลายปี
หากสงสัยว่า ผู้ชายคนนี้เป็นใคร และทำไมเขาถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นดั่งตำนานของทั้งฝั่งโลกคณิตศาสตร์ และโลกการเงิน ได้แบบนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ผู้ชายคนที่เราได้เกริ่นนำไปตอนต้น ก็คือคุณ Edward Thorp
เขาเกิดในปี 1932 ที่เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเรียนจบปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ และปริญญาเอกสาขาคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย UCLA ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะได้ไปทำงานเป็นอาจารย์ต่อที่ MIT
เมื่อดูจากประวัติการศึกษาและเส้นทางการเริ่มต้นอาชีพของเขาแล้ว ปลายทางก็ดูน่าจะอยู่บนหนทางวิชาการเป็นแน่แท้ จนไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเงินทองได้เลย
แต่จุดหักเหก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเขาและภรรยาไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ลาสเวกัส เพราะในยุคนั้น ค่าโรงแรมและค่าอาหารที่ลาสเวกัส ยังถูกกว่าเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ อยู่มาก
ซึ่งก่อนที่เขาจะออกเดินทาง เพื่อนของเขาได้มอบงานวิจัยชิ้นหนึ่งให้เขามาอ่านเล่น ๆ เป็นแนวคิดกลยุทธ์การเล่นไพ่ Blackjack เพื่อช่วยลดความเสียเปรียบของตัวผู้เล่น ให้เหลือน้อยที่สุด
คุณ Edward ได้ลองเอาหลักคิดนี้ไปใช้ดู และผลออกมาว่า เขาเสียเงินจนเกือบหมด..
แม้ว่าการเดิมพันครั้งนี้จะล้มเหลว แต่มันก็ทำให้เขาได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มีค่า มากกว่าจำนวนเงินที่เขาเสียไปเสียอีก
นั่นคือ ในขณะที่ผู้เล่นคนอื่นรอบโต๊ะ พากันหมดเงินจนต้องรีบกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว เขาที่พกพากลยุทธ์นี้ไปด้วย แม้สุดท้ายจะเสียเงินเหมือนกัน แต่กลับสามารถนั่งเล่นบนโต๊ะต่อ ได้นานกว่าใคร ๆ
นี่เป็นสัญญาณที่ตั้งคำถามข้อใหม่ให้กับเขาว่า จะมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมไหม ที่สามารถลดความเสี่ยง และเพิ่มอัตราการเอาชนะให้กับฝั่งของเราได้
เพื่อจะหาวิธีในการเอาชนะเกม Blackjack ให้ได้ คุณ Edward จึงได้เดินไปขอใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ IBM 704 ของมหาวิทยาลัย MIT แล้วลองไล่คำนวณหาความน่าจะเป็นของไพ่ทุกใบอย่างจริงจัง
และในที่สุด เขาก็ได้ค้นพบเคล็ดวิชาการนับไพ่ ที่จะพาให้เขาใช้ถล่มเจ้ามือ และทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ
จนกาสิโนทั่วทั้งลาสเวกัส ต้องร่วมใจกันเปลี่ยนกติกาใหม่ พร้อมกับแบนคุณ Edward ไม่ให้เข้ามาเล่นที่บ่อนอีก..
อย่างไรก็ตาม ต้องเล่าย้อนแบบนี้ก่อนสักนิดว่า ถึงแม้เขาจะค้นพบวิธีการนับไพ่ แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าในแต่ละตา ควรจะลงเงินเดิมพันเท่าไร เพื่อให้ในตอนสุดท้าย เขาจะสามารถชนะขาดในเกม Blackjack ได้อย่างแท้จริง
ซึ่งการได้เข้ามาทำงานที่ MIT นี้เอง ช่วยเขาให้ได้ค้นพบคำตอบนั้น โดยได้มารู้จักและสนิทสนมกับอีกหนึ่งอัจฉริยะผู้กลายมาเป็นตำนานของโลกนี้
ในระดับที่บริษัทดาวรุ่งแห่งยุคนี้อย่าง Anthropic นำชื่อของเขาไปตั้งเป็นชื่อ AI ของบริษัทเอง ในนาม “Claude AI”
เขาคนนี้คือคุณ Claude Shannon บิดาแห่งทฤษฎีสารสนเทศ ผู้ช่วยชี้แนะแนวทางให้คุณ Edward ได้รู้จักกับหลักคิด Kelly Criterion
Kelly Criterion ได้เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป และช่วยพาให้ชื่อชั้นของคุณ Edward กลายเป็นตำนานอัจฉริยะผู้พลิกโฉมวงการ Blackjack ไปตลอดกาล..
แม้ว่าเขาจะโดนแบนจากกาสิโน แต่ช่องทางในการหาเงิน ก็ยังไม่ได้ถูกปิดลงหมดแต่อย่างใด
เพราะเขามองเห็นโอกาสในกาสิโนขนาดยักษ์ แบบถูกกฎหมาย ที่ยังไม่มีใครรู้เคล็ดลับในการนับไพ่ และยังเป็นสถานที่ ที่จะไม่มีใครหน้าไหนมาห้ามเขา ไม่ให้ใช้หลักการสุดพิสดารของเขาได้อีกต่อไป
สถานที่แห่งนั้น ในมุมมองของเขา ก็คือ “ตลาดหุ้น”
โดยคุณ Edward ให้ความสนใจกับวอร์แรนต์ หรือสิทธิในการซื้อหุ้นในอนาคตเป็นพิเศษ เพราะในยุคนั้น ยังไม่มีใครรู้ว่า ราคาที่เหมาะสมของตราสารตัวนี้ แท้จริงแล้ว ควรจะเป็นเท่าไรกันแน่
เขาจึงได้ซุ่มเงียบ ผสานกับการใช้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ ทดลองขบคิดเพียงลำพังอย่างต่อเนื่อง
และแล้วในที่สุด ปี 1967 สมการอันล้ำค่า ที่จะมาตอบคำถามสุดฉงน ที่ผู้คนขบคิดกันมาเป็นเวลานานนี้ ก็ได้ปรากฏขึ้นแบบลับ ๆ เป็นครั้งแรก
ซึ่งหน้าตาของมัน ก็แทบจะเหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ กับ 1 ใน 17 สมการเปลี่ยนโลกเพียงหนึ่งเดียว จากฝั่งโลกการเงิน
ที่ทุกวันนี้ เรารู้จักกันในชื่อ Black-Scholes นั่นเอง..
ถึงแม้ว่าเขาจะคิดค้นสมการระดับปฏิวัติโลกการเงินนี้ได้ก็ตาม แต่เขาก็ตัดสินใจไม่ตีพิมพ์ผลงาน และเอาไปใช้ลงทุนจริงส่วนตัว
ผ่านกลยุทธ์ในแบบฉบับของตัวเอง คือการผสานการลงทุนทั้งหุ้นแม่ และวอร์แรนต์ของหุ้นตัวเดียวกัน ไปควบคู่กัน
เพื่อไม่ให้พวกเรางงกัน จะขออธิบายให้เข้าใจแบบนี้ว่า ในยุคก่อนจะมีสมการอย่าง Black-Scholes เกิดขึ้น เราจะยังไม่รู้ว่า วอร์แรนต์ตัวที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาด มีราคาถูกหรือแพงกว่ามูลค่าที่แท้จริงแค่ไหน
แต่เมื่อมีสมการนี้ เราก็จะคำนวณออกมาได้ทันทีว่า วอร์แรนต์ตัวไหน มีราคาถูกหรือแพงเกินไป
คุณ Edward ที่มีสมการนี้อยู่ในมือเพียงคนเดียว จึงใช้วิธีจับคู่การลงทุนนี้ เพื่อล็อกกำไรให้เกิดขึ้น และปิดประตูการขาดทุนไปพร้อมกัน
สมมติว่า หากสมการของเขาคำนวณออกมาแล้ว พบว่าวอร์แรนต์ของหุ้น A มีราคาในตลาด แพงเกินมูลค่าที่แท้จริงไปมาก
เขาก็จะทำการขายชอร์ตวอร์แรนต์ของหุ้น A แต่ว่าการทำแบบนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่ด้วย เพราะหากโชคร้าย หุ้น A เกิดราคาพุ่งขึ้นไปสวนทาง ราคาวอร์แรนต์ก็มักจะต้องเพิ่มขึ้นตาม จนทำให้เขามีโอกาสขาดทุนหนักได้
เพื่อป้องกันปัญหานี้ คุณ Edward จึงทำการซื้อหุ้นแม่ของบริษัท A เข้ามาเก็บเตรียมเอาไว้ก่อนในพอร์ต คิดเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ตามที่ระบบคำนวณมาให้แล้ว
เมื่อจัดวางกลยุทธ์ได้ลงตัว การทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอจึงเกิดขึ้น เพราะต่อไปไม่ว่าหุ้น A จะราคาพุ่งขึ้น หรือดิ่งลง เขาก็แทบจะปิดประตูการขาดทุนได้อย่างสนิท
- หากหุ้นราคาขึ้น ฝั่งที่เขาซื้อหุ้นแม่เอาไว้ ก็จะได้ผลตอบแทนครอบคลุมฝั่งที่ขาดทุนจากการขายชอร์ตวอร์แรนต์ในตอนแรก และเหลือเป็นกำไรกลับมาให้เขา
- ในทางกลับกัน หากหุ้นราคาลง ฝั่งที่เขาขายชอร์ตวอร์แรนต์เอาไว้ ก็ยังจะครอบคลุมการขาดทุนจากการถือหุ้นแม่ และเหลือกำไรกลับมาให้เขาเช่นเดียวกัน
หรือพูดแบบให้เห็นภาพหน่อยก็คือ แทนที่เขาจะต้องมานั่งเครียดเก็งกำไร จับจังหวะตลาดแบบคนอื่น เขากลับใช้คณิตศาสตร์มาทำกำไรจากความผิดเพี้ยนของกลไกราคาแทน
วิธีนี้จึงทำให้พอร์ตของเขา กลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินสด ที่สามารถทำเงินได้ในทุกภาวะตลาด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม..
เมื่อระบบถูกทดสอบจนเริ่มลงตัว โอกาสครั้งสำคัญที่จะสร้างตำนานการเป็นอีกหนึ่งผู้จัดการกองทุนไร้พ่าย ก็ได้มาถึงพอดี
ในปี 1968 คุณ Ralph Gerard กำลังมองหาผู้จัดการกองทุนคนใหม่ มาช่วยดูแลเงินของเขาต่อ หลังจากกองทุนที่เขาลงทุนมานาน กำลังจะปิดตัวลง
และตัวผู้จัดการคนเก่า ก็กำลังจะหันไปเอาดีกับการกอบกู้บริษัทสิ่งทอเก่า ๆ ให้กลายมาเป็นอาณาจักรธุรกิจประกัน
กองทุนนั้นมีชื่อว่า Buffett Partnership ส่วนผู้จัดการกองทุนคนนั้นก็คือ คุณ Warren Buffett
คุณ Ralph ได้เชิญทั้งสองคนมาเล่นไพ่บริดจ์ด้วยกันที่บ้าน โดยที่คุณ Edward ก็ไม่รู้ตัวเลยว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของค่ำคืนนั้น
คือการขอให้คุณ Buffett มาช่วยประเมินว่า ศาสตราจารย์หนุ่มอย่างคุณ Edward น่าไว้ใจ และมีดีพอจะได้รับโอกาสมาดูแลเงินก้อนใหญ่ของคุณ Ralph ต่อจากนี้แทนคุณ Buffett หรือไม่
ซึ่งผลปรากฏออกมาว่า ทั้งคู่ถูกชะตากันอย่างแรง เพราะต่างคนต่างก็มีความคิดความอ่าน ในระดับที่ทันกันได้แบบน่าตกใจ
คุณ Buffett จึงได้แนะนำให้คุณ Ralph ลงทุนกับคุณ Edward
ส่วนคุณ Edward พอกลับมาถึงบ้าน ก็ได้บอกกับภรรยาไปว่า ผู้ชายคนที่เขาเพิ่งเล่นไพ่ด้วยคนนั้น สักวันหนึ่งจะต้องกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลก..
และแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา กองทุน Princeton/Newport Partners ที่ว่ากันว่า เป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงปริมาณกองแรกของโลก ก็ได้สร้างตำนานฝากไว้ให้กับโลกการลงทุนไปตลอดกาล
ตลอดระยะเวลา 19 ปี กองทุนนี้สามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยแบบทบต้น ได้สูงถึง 19% ต่อปี ก่อนหักค่าธรรมเนียม
เปลี่ยนให้เงินตั้งต้นในวันแรกจำนวนประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นสูงถึง 272 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25,490 ล้านบาท หลังปรับเงินเฟ้อ) โดยที่ไม่เคยมีปีไหน ขาดทุนเลยแม้สักปีเดียว..
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวของคุณ Edward Thorp อัจฉริยะคณิตศาสตร์ ผู้เอาชนะมาได้ทั้งกาสิโนและตลาดหุ้นกันดีขึ้นแล้ว
หากเราลองวิเคราะห์ลงลึกต่อกันอีกสักหน่อย ก็จะเห็นเหมือนกันว่า กลยุทธ์การเอาชนะเกมการเงินของเขา ไม่ได้อาศัยความสามารถในการทำนายอนาคต ได้แม่นยำกว่าคนอื่นเลย
เพราะบนโต๊ะไพ่ เขาก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ไพ่ใบต่อไปจะเป็นอะไร และในตลาดหุ้นเอง เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าพรุ่งนี้หุ้นจะขึ้นหรือจะลง
สิ่งเดียวที่เขารู้ และฝึกปรือจนเชี่ยวชาญ ก็คือการมองเห็นว่าความน่าจะเป็น กำลังเอนเอียงมาอยู่ข้างเขามากแค่ไหน และเขาควรจะต้องกำหนดสัดส่วนลงเงินเท่าไร
เพื่อให้เขาอยู่รอดต่อไปได้นานพอ จนถึงวันที่ความได้เปรียบนั้น จะออกดอกออกผลงดงามอย่างคุ้มค่า
บางทีบทเรียนจากเรื่องนี้ ก็อาจจะบอกเราเป็นนัย ๆ ก็ได้ว่า คนที่จะไปได้ไกล อยู่ได้ยาว บนเกมของโลกการเงินการลงทุน อาจจะไม่ใช่คนที่เดาทิศทางตลาด ได้ถูกต้องบ่อยที่สุด
แต่กลับเป็น คนที่รู้จักความได้เปรียบของตัวเองมากที่สุด ทั้งรู้ว่าตอนนี้ตัวเรากำลังทำอะไร และเราเข้าใจในสิ่งที่เราทำ จริงแท้หรือไม่
เพราะสุดท้ายแล้ว การอยู่รอดให้ได้นานพอ และปล่อยให้ความมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้น ทำงานได้อย่างเต็มที่ยาวนานที่สุด โดยไม่ไปขัดจังหวะมัน
ก็อาจจะสำคัญกว่า การทำผลตอบแทนวันนี้ให้ได้เยอะที่สุด แต่หาความยั่งยืนต่อไปอีกไม่ได้ ก็เป็นได้..
#WealthPreservation
#กลยุทธ์ลงทุน
#EdThorp
References
-หนังสือ Fortune's Formula: The Untold Story of the Scientific Betting System That Beat the Casinos and Wall Street (2006) โดย William Poundstone
-หนังสือ A Man for All Markets: From Las Vegas to Wall Street, How I Beat the Dealer and the Market (2018) โดย Edward O. Thorp
-หนังสือ The Money Formula: Dodgy Finance, Pseudo Science, and How Mathematicians Took Over the Markets (2017) โดย Paul Wilmott และ David Orrell
-หนังสือ In Pursuit of the Unknown: 17 Equations That Changed the World (2013) โดย Ian Stewart
-Legendary Trader Edward O. Thorp on Beating the Stock Market and Blackjack
-Ed Thorp on How to Think for Yourself, How to Be Inner-Directed, and The Dangers of Investing Fads