
ตระกูลผู้ก่อตั้ง IKEA เป็นเจ้าของร้านในไทย แต่ร้าน IKEA ส่วนใหญ่ของโลก มีมูลนิธิเป็นเจ้าของ
18 ก.ย. 2026
ในปี 2018 คุณ Ingvar Kamprad ผู้ก่อตั้ง IKEA จากโลกนี้ไปในฐานะคนที่รวยที่สุดอันดับ 8 ของโลก จากการประเมินโดย Bloomberg ด้วยความมั่งคั่งราว ๆ 1,950,000 ล้านบาท
เมื่อมหาเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้จากไป สิ่งที่หลายคนนึกถึงคงเป็นการส่งต่อมรดก และอำนาจการควบคุมบริษัทครั้งใหญ่ ที่อาจจะนำความวุ่นวายมาสู่การบริหารธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความมั่งคั่งมหาศาลนั้น มาจากการประเมินอำนาจควบคุมเหนือธุรกิจ IKEA ของทาง Bloomberg
การส่งต่อมรดกครั้งใหญ่ จึงไม่ได้เกิดขึ้น เพราะร้าน IKEA ส่วนใหญ่ของโลก ไม่ได้มีตระกูล Kamprad สักคนเป็นเจ้าของมาตั้งนานแล้ว
จากการมีมูลนิธิที่ชื่อว่า INGKA Foundation เป็นเจ้าของ ผ่านบริษัท INGKA Holding
ในขณะที่ร้าน IKEA ไม่กี่ประเทศรวมถึงไทย ยังอยู่ในมือของตระกูล Kamprad
แล้วถ้าหากสงสัย ว่าอะไรที่ทำให้ IKEA ต้องเอามูลนิธิมาเป็นเจ้าของกิจการส่วนใหญ่ แทนคนในครอบครัว ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องนี้ต้องย้อนไปในปี 1982 หรือก็คือเกือบ 40 ปีก่อนที่คุณ Ingvar Kamprad จะเสียชีวิต
รัฐบาลสวีเดนในช่วงนั้น มีการเก็บภาษีมรดกจากสินทรัพย์ขนาดใหญ่ในอัตราที่สูงมาก ๆ
ทำให้ถ้าหากทายาทธุรกิจคนใดไม่มีเงินสดมากพอ ที่จะจ่ายภาษีมรดกได้ ก็ต้องขายหุ้นของธุรกิจที่ตัวเองได้รับออกมา เพื่อเอาเงินมาจ่ายภาษี
ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือ การสูญเสียอำนาจควบคุมในธุรกิจครอบครัว ถ้าหากทำการขายหุ้นให้คนนอก
จนทำให้การรักษาแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ IKEA อาจจะถูกเปลี่ยนไป จนไม่เหลือเค้าเดิมตามเจตนารมณ์ของเขา
นอกจากนี้ ในสวีเดนนั้น ทายาทธุรกิจจะถูกซ้ำเติมอีก ด้วยภาษีกำไรจากการขายหุ้น ที่จะโดนเก็บเพิ่มเติม แม้การขายหุ้นนั้น จะทำเพื่อหาเงินมาจ่ายภาษีมรดกก็ตาม
เรียกได้ว่า ทายาทธุรกิจต้องเสียภาษีอีกรอบ เพื่อเสียภาษี เลยก็ได้..
นั่นจึงทำให้คุณ Ingvar ที่ตอนนั้น IKEA กำลังกลายเป็นบริษัทระดับโลก จากการขยายสาขาไปในหลากหลายประเทศแล้ว ต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
ด้วยการทยอยจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาดูแลธุรกิจของ IKEA ได้แก่
1. INGKA Foundation
จดทะเบียนในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมูลนิธินี้จะถือหุ้น 100% ในบริษัท INGKA Holding ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ดูแลบริหารจัดการหน้าร้าน IKEA ส่วนใหญ่ในโลกมาถึงปัจจุบันนี้
ซึ่งมูลนิธินี้ เป็นมูลนิธิแบบที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของและผู้รับผลประโยชน์แท้จริง
ทำให้ไม่มีใครสามารถเรียกร้องสิทธิในสินทรัพย์ของบริษัท IKEA ได้ ถ้าหากทายาท หรือตัวคุณ Ingvar เองล้มละลาย
แต่บริษัท INGKA Holding ก็จะไม่สามารถจ่ายปันผลให้กับตระกูล Kamprad ได้เช่นกัน
แถมยังถูกกำหนดให้จัดสรรกำไรที่ได้ ไปลงทุนในการขยายกิจการต่อ กับปันผลให้กับ INGKA Foundation ที่จะนำไปบริจาคให้มูลนิธิอีกแห่งชื่อ IKEA Foundation ใช้ในการทำงานการกุศลต่อไป
โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา INGKA Holding ได้จัดสรรกำไร 85% สำหรับการลงทุนต่อ และปันผลอีก 15% ที่เหลือคืน INGKA Foundation ไปบริจาคให้ IKEA Foundation อีกที
2. Interogo Foundation
จดทะเบียนขึ้นในปี 1989 ในประเทศลิกเตนสไตน์ โดยเป็นเจ้าของ Inter IKEA Holding บริษัทที่ดูแลแฟรนไชส์และตัวแบรนด์ของ IKEA
เนื่องจากในช่วงนั้น คุณ Ingvar มีแนวคิดว่าจะขยายสาขาไปต่างประเทศเพิ่มเติม ผ่านการเปิดแฟรนไชส์
จึงต้องการมีบริษัทที่เป็นผู้ควบคุมแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ IKEA เช่น สินค้า, วิธีการนำเสนอแบรนด์, การจัดวางของร้าน และประสบการณ์ที่ส่งมอบให้ลูกค้า
ให้ส่งมอบคุณภาพบริการและคุณค่าของ IKEA ให้ได้เท่า ๆ กัน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการภายใต้แฟรนไชส์ของ IKEA
เขาจึงแยกแบรนด์ของ IKEA ออกจากตัวธุรกิจไปอยู่ใต้บริษัท Inter IKEA Holding พร้อมเก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ จากยอดขายของแต่ละร้านที่ 3%
ที่น่าสนใจก็คือ คุณ Ingvar ได้ให้เหล่าหน้าร้านที่ถูกดูแลโดย INGKA Holding ที่เขาเป็นคนตัดสินใจก่อตั้งเอง เป็นผู้รับแฟรนไชส์จาก Inter IKEA Holding ด้วย
แม้คุณ Ingvar ยกธุรกิจหลักของตัวเองให้มูลนิธิดูแลแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนของความมั่งคั่งให้กับตระกูลเลย
เพราะเขาแยกบริษัท Ikano Group ออกมาจาก IKEA เมื่อปี 1988 ไว้สำหรับลงทุนทำธุรกิจด้วยความมั่งคั่งของคนในตระกูลเอง โดยตระกูล Kamprad ถือหุ้น 100%
และบริษัทนี้ ก็ได้ลงทุนทำธุรกิจหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ การเงิน และประกันภัย
รวมไปถึงธุรกิจค้าปลีก อย่างการเปิดร้าน IKEA ในมาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เม็กซิโก และประเทศไทยด้วย
และแน่นอนว่า ร้าน IKEA ทั้งหมดที่อยู่ใต้ Ikano Group ก็เป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์ ที่ต้องหัก 3% จากยอดขาย ส่งให้ Inter IKEA Holding ไม่ต่างกันกับร้าน IKEA อื่น ๆ ที่เหลือ
แม้โครงสร้างบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างในช่วงบั้นปลายชีวิตของคุณ Ingvar และหลังจากเขาเสียชีวิต
โดยในปี 2016 Inter IKEA Holding ได้แยกส่วนการลงทุน ที่บริหารเงินสำรองของกลุ่ม ออกมาเป็นบริษัทชื่อ Interogo Holding
จากนั้นในปี 2023 Inter IKEA Holding ก็ถูกแยกไปอยู่ใต้มูลนิธิใหม่ชื่อ Inter IKEA Foundation เพื่อโฟกัสเรื่องการดูแลแฟรนไชส์และแบรนด์
ส่วน Interogo Foundation ยังดูแล Interogo Holding เหมือนเดิม เพื่อให้ Interogo Foundation เป็นคลังสำรองของกิจการ ในยามที่ IKEA ต้องเจอกับมรสุมทางธุรกิจ ก็ยังมีเงินทุนให้ไปต่อได้
แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก็คือ แนวทางในการทำธุรกิจของ IKEA ที่ยังคงอยู่
โดยไม่ต้องกังวลว่า วันหนึ่งจะเสียอำนาจควบคุม จากการถูกบังคับขายหุ้น หรือโดนลูกหลานที่ไม่มีความสามารถเข้ามาทำพัง
เพราะคุณ Ingvar ได้แยก อำนาจในการบริหารธุรกิจ ความเป็นเจ้าของ และความมั่งคั่งของครอบครัว ออกจากกันแทบจะสมบูรณ์
จากการที่ลูก ๆ ของคุณ Ingvar เอง เช่น คุณ Jonas และคุณ Peter Kamprad ก็ยังมีบทบาทกับ IKEA อยู่บ้าง ในฐานะสมาชิกบอร์ดบริหารของมูลนิธิ INGKA Foundation
จะเห็นได้ว่า การส่งมอบธุรกิจให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน บางครั้งไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นการส่งมอบกิจการให้อยู่ในมือของคนที่เก่งที่สุดในรุ่นถัดไป
แต่อาจเป็นการส่งมอบระบบที่จะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ แม้คนในครอบครัวเราจะไม่มีชื่ออยู่ในสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นก็ตาม
อย่างเช่นกรณีศึกษาของตระกูล Kamprad นี้ ที่มีมูลนิธิไว้ดูแลธุรกิจของครอบครัวให้อยู่ต่อไป
ในขณะที่ครอบครัวยังสานต่อเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งต่อได้ ด้วยการเป็นหนึ่งเสียงของระบบ ผ่านการเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารมูลนิธิ
พร้อมแยกกระเป๋าความมั่งคั่งส่วนตัวออกไป ไม่ให้ปนกันกับธุรกิจที่ถูกระบบดูแล..
#WealthTransfer
#วางแผนมรดก
#IKEA
References