มหากาพย์ศึกชิงมรดก ตระกูลมหาเศรษฐีอิตาลี เมื่อแม่แท้ ๆ ฟ้องลูกชาย เพื่อขอส่วนแบ่งมรดกเพิ่ม

มหากาพย์ศึกชิงมรดก ตระกูลมหาเศรษฐีอิตาลี เมื่อแม่แท้ ๆ ฟ้องลูกชาย เพื่อขอส่วนแบ่งมรดกเพิ่ม

6 ต.ค. 2026
เมื่อมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง คำว่าพ่อ แม่ ลูก หรือญาติพี่น้อง ก็อาจขาดสะบั้นลงในทันที
เหมือนกับตระกูลอิตาลีชื่อดังอย่าง Agnelli ที่ร่ำรวยจนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของ Ferrari, สโมสรฟุตบอล Juventus แถมยังถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย
แต่แม่แท้ ๆ ของตระกูลนี้ กลับฟ้องลูกชายของตัวเอง เพราะไม่พอใจที่ตาและยายของลูก หรือพ่อแม่ของเธอ กีดกันตัวเองออกจากส่วนแบ่งความร่ำรวยของตระกูล
จนปัจจุบัน คดีความยังคงไม่สิ้นสุดและยังต่อสู้กันไปมาระหว่างลูกชายและแม่แท้ ๆ ของตัวเอง
มหากาพย์แม่ฟ้องลูกนี้เริ่มต้นได้อย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย 
ก่อนอื่น เรามาเข้าใจตัวละครหลักของเรื่องนี้กันก่อน
Gianni Agnelli มีภรรยาชื่อว่า Marella Caracciolo โดยมีลูกชาย 1 คน คือ Edoardo Agnelli และลูกสาว 1 คน คือ Margherita Agnelli
Margherita แต่งงานกับสามีคนแรกแล้วมีลูก 3 คน คือ 
John, Lapo และ Ginevra Elkann ก่อนที่เธอจะหย่าร้างและไปแต่งงานกับสามีคนที่สอง
Gianni Agnelli มีน้องชายของตัวเอง ซึ่งมีลูกชายที่ชื่อว่า 
Giovanni Alberto Agnelli
จำตัวละครหลักพวกนี้ให้ดี เพราะตัวละครทั้งหมดนี้จะเกี่ยวพันกันไปมา จนนำไปสู่มหากาพย์เรื่องนี้ในที่สุด
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ มาจาก Gianni Agnelli ทายาทธุรกิจรุ่นสามของตระกูล วางโครงสร้างอำนาจธุรกิจเอาไว้ เพื่อให้ตระกูลสายตรงของตัวเองได้มีบทบาทนำต่อไป
เพราะตระกูลนี้มีญาติพี่น้องหลายสาย แม้จะมีส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาจะไม่ให้มายุ่งเกี่ยวแน่ ๆ คือ ทิศทางการควบคุมธุรกิจในภาพรวม
Gianni Agnelli วางโครงสร้างอำนาจของตระกูลตัวเองไว้สามชั้น โดยให้ตระกูลสายตรงของตัวเองกุมอำนาจไว้ในบริษัทที่ชื่อว่า Dicembre S.s.
จากนั้นก็ให้บริษัทนี้ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดใน Giovanni Agnelli B.V. ที่มีพี่น้องหลายสายร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย
ก่อนที่ Giovanni Agnelli B.V. จะเป็นผู้ถือหุ้นราวครึ่งหนึ่ง แต่มีอำนาจโหวตราว 80% ใน Exor N.V. บริษัทที่ไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ เช่น Ferrari, Stellantis, Juventus 
โครงสร้างสามชั้นนี้ ทำให้ Gianni Agnelli มั่นใจแน่ ๆ ว่าสายตรงของตระกูลตัวเองจะครองอำนาจได้เบ็ดเสร็จ
แต่ปัญหาคือ Gianni Agnelli ไม่ใช่มนุษย์อมตะ สักวันเขาก็ต้องลาจากโลกนี้ไป การเฟ้นหาทายาทมารับช่วงต่อก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เขาหันกลับมามองยัง Giovanni Alberto Agnelli หลานชายของตัวเอง ที่เป็นลูกของน้องชาย เด็กหนุ่มคนนี้ฉายแววทางธุรกิจจากการดูแลธุรกิจรถมอเตอร์ไซค์เวสป้า
แต่โชคร้าย ในวัยแค่ 33 ปี หลานชายคนนี้กลับเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ทำให้เขาหันกลับมามองที่ลูกชายคนโตอย่าง Edoardo Agnelli 
Edoardo Agnelli ไม่ได้สนใจด้านธุรกิจแม้แต่น้อย กลับกันลูกชายของเขาสนใจในด้านปรัชญาและศาสนา ซ้ำร้ายเขาเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วย
เมื่อทั้งหลานชายและลูกชายเสียชีวิต แม้เขามีลูกสาว 1 คน แต่กลับมองข้ามไปยังหลานชาย ซึ่งเป็นลูกคนโตของลูกสาวอย่าง John Elkann แทน 
และจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างแม่แท้ ๆ กับลูกชายคนโตก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ Gianni Agnelli เสียชีวิตในปี 2003 ส่วนน้องชายก็เสียชีวิตกะทันหันในเวลาไล่เลี่ยกันด้วย
John Elkann ขึ้นมาคุมทิศทางของธุรกิจแทน แต่เพื่อให้การทำธุรกิจราบรื่น Marella Caracciolo ภรรยาของ Gianni Agnelli บังคับให้ลูกสาวเซ็นสัญญาบางอย่าง
สัญญานั้นมีชื่อว่า ข้อตกลงเจนีวา โดยให้ Margherita Agnelli ขายหุ้นบริษัท Dicembre ของครอบครัว ส่งต่อให้กับลูกชายที่เกิดกับสามีคนแรก
แลกกับการที่เธอได้รับเงินก้อนและสินทรัพย์ต่าง ๆ มูลค่า 1,200 ล้านยูโร หรือราว 45,000 ล้านบาท และสละสิทธิ์ที่จะเรียกร้องมรดกใด ๆ อื่นเพิ่มเติมจากแม่ในภายหลัง
สัญญานี้ ทำให้ John Elkann ลูกชายคนโตของเธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Dicembre ราว 58% ส่วนที่เหลือ Marella ผู้เป็นแม่ของ Margherita และคุณยายของ John เป็นคนถือไว้
เรื่องราวก็ดูเหมือนเป็นไปได้ด้วยดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปแค่ 3 ปี อยู่ดี ๆ Margherita ก็ยื่นฟ้องกับศาลแพ่งอิตาลี ณ เมืองตูริน เพราะอ้างว่าคุณพ่อยังมีสินทรัพย์ต่างประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกคำนวณในมรดกที่เธอควรได้รับ
คดีความยืดเยื้อเป็นเวลาหลายปี จนในที่สุดราวปี 2015
ศาลฎีกาอิตาลี ยกฟ้องคดีนี้โดยให้เหตุผลว่า ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาสัญญามรดกที่ทำขึ้นในปี 2004 ได้
เพราะสัญญานั้นถูกทำขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ นั่นแปลว่า สัญญานั้นอยู่ภายใต้กฎหมายสวิตเซอร์แลนด์ตามไปด้วย หากจะฟ้องร้อง ก็ต้องไปยื่นฟ้องที่ศาลสวิตเซอร์แลนด์
Margherita ไม่ยอมแพ้ จึงไปเปิดศึกฟ้องร้องใหม่ที่ศาลเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขอยกเลิกข้อตกลงมรดกที่ทำเอาไว้ในปี 2004 แทน
แต่การสืบสวนและไต่สวนก็เป็นไปอย่างล่าช้า เพราะต้องไปสืบค้นโครงสร้างบริษัทต่าง ๆ กองทุนต่างประเทศของครอบครัว ไปจนถึงเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้วย 
คดีความยังไม่ทันสิ้นสุด ในปี 2019 Marella Caracciolo แม่ของเธอเสียชีวิตลง โดยมีพินัยกรรมเอาไว้ว่า หุ้น Dicembre ทั้งหมดจะยกให้กับหลานชายสามคน
นั่นก็คือ John, Lapo และ Ginevra Elkann ที่เป็นลูกชายสามคนของ Margherita ที่เกิดกับสามีคนแรก 
John กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดในบริษัทครอบครัว Dicembre ราว 60% ส่วนที่เหลือ Lapo และ Ginevra Elkann แบ่งกันถือคนละ 20%
แต่ในฝั่ง Margherita เริ่มเปิดการต่อสู้คดีความเรื่องใหม่อีกครั้งด้วยการให้ศาลพิจารณาว่า พินัยกรรมนั้นมีผลตามกฎหมายหรือไม่
ถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วพินัยกรรมจะต้องพิสูจน์ว่ามีผลตามกฎหมายอย่างไร ในเมื่อเป็นความต้องการของแม่เธอ ที่จะให้หุ้นแก่หลานชายทั้งสามคนอยู่แล้ว
เหตุผลก็เพราะว่า พินัยกรรมนี้แม้จะถูกเขียนขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่เธออ้างว่าแม่ของเธออาศัยอยู่ในอิตาลีเป็นหลัก ซึ่งถ้าอยู่เกิน 183 วัน จะถือว่าทรัพย์สินต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้กฎหมายของอิตาลีแทน
และถ้าหากเธอทำให้ศาลเห็นว่าแม่ของเธออยู่ในอิตาลีเป็นหลักจริง ๆ ข้อตกลงที่เธอสละสิทธิ์เรียกร้องมรดกใด ๆ อื่นเพิ่มเติมจากแม่ในภายหลังในปี 2004 จะเป็นโมฆะทันที
เพราะตามกฎหมายสวิตเซอร์แลนด์แล้ว การที่ทายาทสละสิทธิ์รับมรดกในตอนที่เจ้าของมรดกยังมีชีวิตอยู่ สามารถทำได้ แต่ตามกฎหมายอิตาลี จะไม่สามารถทำแบบนั้นได้
พูดง่าย ๆ คือ ที่ประเทศอิตาลี ถ้าเจ้าของมรดกยังไม่เสียชีวิต ก็จะไม่สามารถทำสัญญาที่ให้ทายาทผู้รับมรดก สละสิทธิ์ในกองมรดกอะไรได้เลย 
นั่นแปลว่า ถ้าเธอชนะคดีในชั้นศาลที่พิสูจน์ได้ว่าแม่ของเธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอิตาลี ก็จะได้ส่วนแบ่งหุ้น Dicembre รวมไปถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ของพ่อและแม่เธอ แบ่งกับลูกชายของเธอสามคนที่เกิดจากสามีคนแรก 
เรื่องราวในชั้นศาลก็ได้เริ่มขึ้นแบบดุเดือดอีกครั้ง จนศาลเมืองตูรินที่อิตาลี เปิดการสอบสวนข้อหาโกงภาษีและปลอมแปลงเอกสารขึ้น
ศาลเริ่มสงสัยว่า John Elkann มีการสร้างถิ่นที่อยู่ปลอมของ Marella Caracciolo ว่าอาศัยอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นหลัก เพื่อเลี่ยงภาษีมรดกในอิตาลี
จนในที่สุด ศาลอิตาลีสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 74.8 ล้านยูโร หรือราว 2,800 ล้านบาท จากพี่น้อง Elkann และที่ปรึกษาทางการเงิน ในระหว่างการพิจารณาคดีนี้
เพราะพบหลักฐานบันทึกการรักษาพยาบาลและคนรับใช้ว่า Marella พักอาศัยอยู่ในอิตาลีเกิน 183 วันต่อปี 
แม้ว่าฝั่งพี่น้อง Elkann จะแย้งว่า Marella ย้ายถิ่นที่อยู่มาตั้งรกรากในสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ต้นปี 1970 ดังนั้น ข้อตกลงมรดกและพินัยกรรมทั้งหมดจึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายสวิตเซอร์แลนด์ 
ซึ่งในเดือนเมษายน ปี 2026 พี่น้องฝั่ง Elkann ก็ยื่นฟ้องต่อศาลสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เพื่อให้ศาลรับรองว่าพินัยกรรมของคุณยาย Marella ถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ศาลสวิตเซอร์แลนด์ปัดตกคำฟ้องเรื่องนี้ไป ซึ่งไม่มีรายละเอียดว่าทำไม แต่สุดท้ายก็ทำให้พี่น้อง Elkann ต้องเสียเงินถึง 1.7 ล้านฟรังก์สวิส หรือราว 68 ล้านบาท
เงินส่วนนี้เป็นค่าธรรมเนียมศาลของฝั่งตัวเอง ไปจนถึงเงินค่าทนายความและค่าธรรมเนียมศาลของฝั่งแม่ จากการที่ศาลปัดตกคำฟ้องร้องนี้
จนปัจจุบัน คดีความฟ้องร้องระหว่างแม่กับลูกก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะทั้งสองฝั่งต่างสู้กันในจุดยืนของตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ถึงที่สุด
ในฝั่งลูก ๆ ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อยืนยันว่าคุณยาย Marella หรือแม่ของ Margherita อาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์จริง ๆ มาตั้งนานแล้ว
ในขณะที่ฝั่งแม่ก็ทำทุกวิถีทางเช่นกัน เพื่อยืนยันว่าคุณแม่ของเธอหรือคุณยายของลูก ๆ ทั้งสามคน อาศัยอยู่ในอิตาลีเป็นหลัก ไม่ใช่ที่สวิตเซอร์แลนด์
มหากาพย์จึงยังคงดำเนินต่อไป และก็ยังไม่รู้ว่าระหว่างแม่กับลูก ใครจะเป็นคนชนะในคดีนี้
แต่ที่แน่ ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกแท้ ๆ คงไม่เหมือนเดิม แม้ฝั่งใดจะชนะคดี ก็ไม่อาจประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นในจิตใจได้แล้ว..
#WealthTransfer
#วางแผนมรดก
#อิตาลี
References
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.