
SpaceX บริษัทเปลี่ยนโลกของ Elon Musk ที่เกิดจากความเจ็บใจ เพราะโดนโขกราคา
8 เม.ย. 2026
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว บริษัทชื่อดังอีกแห่งของคุณ Elon Musk อย่าง SpaceX ก็ได้ยื่นเอกสารไฟลิ่งเตรียมเข้าตลาดหุ้นแล้ว
กล่าวกันว่า บริษัท SpaceX ในตอนนี้ คือบริษัทนอกตลาดหุ้นที่มีมูลค่ามากสุดในโลก โดยประเมินกันไว้สูงกว่า 57,000,000 ล้านบาท..
และนับเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ที่มีการนำเข้าตลาดหุ้นด้วย
หากสงสัยว่า บริษัท SpaceX มีจุดเริ่มต้นอย่างไร, บริษัทกำลังทำอะไร และทำไมสิ่งที่บริษัททำ ถึงแตกต่างไม่เหมือนใคร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปในช่วงปี 2001 เมื่อคุณ Elon Musk ในวัยเพียง 30 ปี เพิ่งได้รับเงินก้อนโต จากการขายบริษัท PayPal
ตอนนั้นเขามีไอเดียว่า อยากจะลองหาวิธีปลูกต้นไม้บนดาวอังคาร เพื่อจุดประกายมนุษยชาติ ให้หันมาสนใจเรื่องการสำรวจอวกาศกันอีกครั้ง
แต่ปัญหาก็คือ เขายังไม่มีจรวดเป็นของตัวเอง จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปประเทศรัสเซีย เพื่อขอซื้อจรวดที่ปลดประจำการแล้วมาดัดแปลง
ทว่าการเจรจากลับไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เพราะฝั่งรัสเซียมองว่าเขาเป็นแค่มือสมัครเล่นที่เพ้อฝัน แถมยังเสนอขายจรวดในราคาที่แพงมาก ด้วยการโขกราคาไปถึงลำละประมาณ 250 ล้านบาท
คุณ Elon รู้สึกว่าโดนโขกราคาแบบไม่สมเหตุสมผล โดยในระหว่างที่นั่งเครื่องบินเที่ยวขากลับนั้น แทนที่เขาจะรู้สึกแย่ และถอดใจยอมแพ้
เขากลับหยิบแล็ปท็อปขึ้นมา เปิดดูตารางธาตุเคมี และเริ่มคำนวณต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมด ที่จำเป็นต้องใช้ในการสร้างจรวดสักลำหนึ่ง
แล้วเขาก็ได้ค้นพบความจริงอันน่าตกใจว่า ต้นทุนของวัสดุในการสร้างจรวดจริง ๆ นั้น มีมูลค่าคิดเป็นเพียงแค่ประมาณ 3% ของราคาจรวดที่ขายกันอยู่ในท้องตลาด เท่านั้นเอง
การตระหนักรู้ในเรื่องนี้ กลายมาเป็นจุดกำเนิดของบริษัท Space Exploration Technologies Corp. หรือ SpaceX ในปี 2002
โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ลดต้นทุนการเดินทางในอวกาศ และพามนุษย์ไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารให้ได้..
แน่นอนว่า การทำธุรกิจสร้างจรวดโดยเริ่มต้นจากศูนย์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะในช่วงแรก บริษัทต้องเจอกับบททดสอบหลายครั้ง ที่เกือบจะทำให้บริษัทไปไม่รอด
จรวดรุ่นแรกอย่าง Falcon 1 ประสบความล้มเหลวในการปล่อยตัวถึง 3 ครั้งติดต่อกัน และทุกครั้งที่จรวดระเบิดกลางอากาศ นั่นหมายถึงเงินทุนจำนวนมหาศาล สูญสลายไปในพริบตา
จนมาถึงในปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่นับว่ามืดมนที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณ Elon
เพราะนอกจาก SpaceX ใกล้จะล้มละลายแล้ว ในขณะเดียวกัน บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ของเขา ก็กำลังจะไปไม่รอดเช่นกัน จากสาเหตุที่การผลิตเป็นไปอย่างล่าช้าเกินกำหนด
ในฝั่งของ SpaceX นั้น เขามีเงินเหลือพอแค่ปล่อยจรวด Falcon 1 ครั้งที่ 4 อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากครั้งนี้พลาด ทุกอย่างถือว่าเป็นอันจบสิ้นแล้ว
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้น เพราะหลังจากทีมงานทุ่มเทแก้ไขความผิดพลาดกันอย่างหนัก การปล่อยจรวดครั้งที่ 4 นี้ ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม..
ความสำเร็จครั้งนี้ เปิดประตูให้กับ SpaceX ได้รับสัญญาว่าจ้างมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท จากองค์การนาซ่า เพื่อทำการส่งเสบียงไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ
เมื่อ SpaceX เริ่มตั้งหลักได้แล้ว บริษัทก็เริ่มพัฒนากลยุทธ์การทำธุรกิจสุดล้ำ ที่ต่อยอดจนเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ แบบไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้
นั่นคือ “การนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำ ได้อีกหลายรอบ..”
โดยในอดีตนั้น จรวดแทบทุกรุ่นบนโลก เมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ก็จะถูกทิ้งซากให้ตกลงในมหาสมุทร หรือถูกเผาไหม้เป็นเศษซากในชั้นบรรยากาศ
ตรงนี้คุณ Elon มองว่า มันเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก จึงทำให้บริษัท SpaceX มุ่งแสวงหานวัตกรรมใหม่
จนเกิดเป็นจรวดท่อนแรกของรุ่น Falcon 9 ที่พอเมื่อใช้ยิงไปแล้ว จะสามารถบินกลับมาลงจอดที่ฐานได้อย่างแม่นยำ แถมยังนำกลับมาใช้ซ้ำ ได้อีกหลายรอบด้วย
กลยุทธ์นี้ ช่วยลดต้นทุนในการส่งดาวเทียมและสัมภาระขึ้นสู่อวกาศไปได้มหาศาล ทำให้ยกระดับการสำรวจอวกาศ จนมีความก้าวหน้าได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้เอง ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ผ่านการลองผิดลองถูกของบริษัท ได้ต่อยอดมาเป็นตัวธุรกิจอินเทอร์เน็ตจากดาวเทียม ที่ชื่อว่า Starlink อีกด้วย
โดยความสุดยอดของ Starlink คือ การสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมทุกพื้นที่บนโลกนี้ และยังเป็นธุรกิจที่ผลิตเงินสดชั้นดี
เพื่อนำมาใช้หล่อเลี้ยงการวิจัยนวัตกรรมใหม่ ๆ ของ SpaceX เพื่อเติมเต็มความฝันอย่างการสร้างยานอวกาศที่ชื่อ Starship ไว้คอยขนส่งมนุษย์ ไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร นั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจถึง จุดเริ่มต้นและเส้นทางการเติบโตกว่าจะยิ่งใหญ่ได้แบบปัจจุบัน ของบริษัทที่ชื่อ SpaceX กันดีขึ้นแล้ว
หากในวันนั้น รัสเซียยอมขายจรวดให้กับคุณ Elon Musk ในราคาถูก โลกของเราในวันนี้ ก็คงจะไม่มีบริษัท SpaceX เข้ามาปฏิวัติวงการ
และคอยผลักดันให้เทคโนโลยีของมนุษยชาติ ก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด แบบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้
บางทีจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ อาจจะไม่ได้มาจากความพร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่มาจากอุปสรรคมากมาย ตั้งแต่การโดนดูถูก ไปจนถึงการโดนด้อยค่า ที่ในตอนนั้น เราก็ไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้ว เราจะก้าวข้ามมันมาได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ยอมปล่อยให้สิ่งเหล่านั้น มาเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดของเราเอง
แต่ใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ในการขับเคลื่อนความปรารถนาของเรา เราก็อาจจะเจอกับความสำเร็จ
หรือสร้างนวัตกรรมพลิกโลกได้เหมือนกัน
เฉกเช่นเดียวกับคุณ Elon Musk ที่ไม่ยอมแพ้ และถึงต่อให้เขาจะไม่เคยมีความรู้เรื่องการทำจรวดเลยสักนิดเดียว
เขาก็พร้อมเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด ในการเริ่มเรียนรู้ใหม่จากศูนย์ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าภาพฝันที่คิดไว้ จะเกิดขึ้นจริง
เพราะสำหรับชีวิตคนคนหนึ่งนั้น การได้มีความฝัน และมุ่งมั่นทำฝันนั้น
ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็อาจจะภาคภูมิใจ จนยิ้มและบอกกับตัวเองหน้ากระจกได้ในทุกวันว่า อย่างน้อยมันก็คุ้มค่า ที่ได้ลองทำแล้ว..
#WealthCreation
#ธุรกิจต่างประเทศ
#SpaceX
References
-How Elon Thinks ช่อง Founders Podcast
-How SpaceX Works ช่อง Founders Podcast
-How Elon Thinks ช่อง David Senra
-หนังสือ The Book of Elon: A Guide to Purpose and Success (2026) โดย Eric Jorgenson