
เจาะกลยุทธ์คุณจรีพร ผู้ปลุกปั้น WHA ให้เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ใหญ่สุดของไทย
5 พ.ค. 2026
ถ้าคุณมีเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท คุณจะใช้เงินทุนนั้นทำธุรกิจอะไร ให้มีมูลค่ากิจการเกือบ 100,000 ล้านบาทได้ ภายในระยะเวลา 1 ชั่วอายุคน ?
ถ้ายังนึกไม่ออก เราลองมาดูตัวอย่างความสำเร็จของนักธุรกิจหญิงไทยคนหนึ่ง ที่ใช้เวลาเพียง 23 ปี เปลี่ยนเงินทุน 1 ล้านบาท ให้กลายเป็นธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยมีมูลค่าเฉียดแสนล้านบาท
เรากำลังพูดถึงเรื่องราวของคุณจรีพร จารุกรสกุล ผู้ก่อตั้ง WHA Group ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของไทยกัน
แล้วคุณจรีพร มีเคล็ดลับอะไร ? ถึงสามารถปลุกปั้นธุรกิจให้เติบโตได้อย่างทุกวันนี้ โดยใช้ระยะเวลาเพียง 23 ปีเท่านั้น
WealthThink ขอต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่ซีรีส์ The Founder เจาะกลยุทธ์ผู้นำธุรกิจไทย ปักธงเติบโตระดับโลก
จุดเริ่มต้นของ WHA เริ่มต้นในปี 2546 เมื่อคุณสมยศ อนันตประยูร อดีตสามีผู้ล่วงลับไปแล้วของคุณจรีพร ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทขึ้นมา เพราะเล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท
สมัยก่อนธุรกิจโกดังสินค้าในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบอาคารสำเร็จรูปทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจจะไม่ตอบโจทย์ผู้เช่าที่ต้องการพื้นที่เก็บสินค้าที่มีความเฉพาะตัว
คุณสมยศและคุณจรีพร จึงเริ่มต้นคิดโมเดลการทำธุรกิจคลังสินค้าให้เช่าแบบใหม่ที่เรียกว่า “Built-to-Suit” ซึ่งเป็นการออกแบบคลังสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย
อีกจุดเด่นของโมเดลธุรกิจแบบ Built-to-Suit ก็คือการรีบทำสัญญากับผู้เช่าตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเริ่มก่อสร้างคลังสินค้า ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อสร้างแล้ว จะหาผู้เช่าไม่ได้
โดยคลังสินค้าแห่งแรกของกลุ่ม WHA ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.20 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อท่าเรือคลองเตยในกรุงเทพฯ กับนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก หรือ EEC
เมื่อโครงการแรกประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ทาง WHA ก็มีการสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมบนถนนเส้นเดิม
นอกจากคุณสมยศและคุณจรีพร จะเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่เข้ามาปฏิวัติวงการธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า ด้วยโมเดลธุรกิจแบบใหม่แล้ว ทั้งคู่ยังใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบในการขยายธุรกิจของตัวเองอีกด้วย
เครื่องมือทางการเงินที่ว่า นั่นก็คือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่ แอนด์ แวร์เฮ้าส์ (WHAPF)
โดยบริษัทจะทำการขายคลังสินค้าที่สร้างเสร็จแล้ว ให้กับกองทุนนี้ ซึ่งมีทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเป็นผู้ลงทุน
สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า การสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก กว่าที่บริษัทจะได้รับค่าเช่าจนถึงจุดที่คืนทุน อาจจะต้องใช้เวลานานนับ 10 ปี
การขายสินทรัพย์เข้ากองทุน จะทำให้บริษัทได้รับเงินทุนกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว และมีเงินทุนเพียงพอในการก่อสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมต่อไป ทำให้บริษัทไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้มาขยายธุรกิจมากเกินไป
การขายสินทรัพย์เข้ากองทุน จึงกลายมาเป็นท่าประจำของ WHA ในการดึงเงินทุนให้กลับเข้ามาอยู่ในมือของบริษัทอย่างรวดเร็ว และทำให้ WHA เป็นบริษัทที่เติบโตแซงหน้าคู่แข่งได้
โดยในตอนนั้นบริษัทได้รับเงินจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมทั้งสิ้น 1,283 ล้านบาท และบริษัทก็ยังคงเป็นผู้จัดการที่คอยดูแลคลังสินค้าเหมือนเดิม
เมื่อได้รับเงินทุนก้อนใหญ่กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ทางบริษัทก็เริ่มจับโครงการใหญ่มากขึ้น นั่นคือโครงการ Warehouse Farm
ที่เป็นการยกระดับจากการสร้างคลังสินค้าเดี่ยว สู่การสร้างอาณาจักรโลจิสติกส์แบบผสมผสานทั้งแบบ Built-to-Suit และแบบคลังสินค้าดั้งเดิม โครงการนี้ทำให้ WHA สามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มบนพื้นที่เดียวกัน
เมื่อบริษัทจับโครงการใหญ่สำเร็จแล้ว ก้าวต่อไปของ WHA คือการจดทะเบียนเข้ามาอยู่ในตลาดหุ้นไทย
หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้ไม่นาน โอกาสครั้งใหญ่ก็มาเคาะประตูหน้าบ้านของคุณสมยศและคุณจรีพร
เมื่อคุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมเหมราช (HEMRAJ) นิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไทยในขณะนั้น ต้องการขายกิจการ เพราะทายาทไม่มีความสนใจที่จะสานต่อธุรกิจนี้
โดยคุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง มีเกณฑ์ในใจว่า ผู้ที่จะได้เหมราชไปครอบครอง ไม่ใช่แค่เสนอราคาสูงสุด แต่ต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้
ที่ปรึกษาทางการเงินจึงเข้ามาเสนอดีลนี้ให้กับคุณสมยศและคุณจรีพร ซึ่งทั้งคู่ก็มองเห็นโอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์เข้าสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
ที่น่าสนใจก็คือ ในตอนนั้น WHA มีมูลค่าบริษัทที่เล็กกว่า HEMRAJ มาก แต่ด้วยการสนับสนุนของผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัท ตลอดจนสถาบันการเงิน ทำให้ดีลนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา WHA ก็เปลี่ยนตัวเองจากผู้พัฒนาคลังสินค้าให้เช่า สู่นักพัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทยทันที
หลังจาก WHA ควบรวมกิจการกับ HEMRAJ ได้ประมาณ 3 ปี คุณสมยศก็ได้จากโลกนี้ไป และคุณจรีพรก็ต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำองค์กรแทนที่สามี
แต่ถึงแม้คุณจรีพร และกลุ่ม WHA จะพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทเลย
เพราะ WHA ก็เริ่มจับโครงการที่ใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการเข้าไปปักธงลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่เวียดนาม เพราะมองเห็นว่าเวียดนามมีความได้เปรียบเรื่องสัญญาการค้าเสรี (FTAs) และค่าแรงที่แข่งขันได้
ปัจจุบันกลุ่ม WHA เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 40% และมีนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามที่สร้างเสร็จแล้ว 2 แห่ง มีขนาดพื้นที่รวมกันมากกว่า 4,000 ไร่
เรื่องราวความสำเร็จของ WHA ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวการสร้างธุรกิจที่ครบรสมาก เพราะมีทั้งการคิดโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากคู่แข่ง การใช้เครื่องมือทางการเงินให้เป็นประโยชน์
ความกล้าได้กล้าเสียในจังหวะที่ต้องลงทุนใหญ่ ในการเข้าซื้อบริษัทที่ใหญ่กว่าอย่างเหมราช ซึ่งต่อมากลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเติบโตของบริษัท
รวมไปถึงการบริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพของคุณจรีพร ในช่วงที่ต้องสูญเสียคนรัก และผู้นำธุรกิจ จนสามารถพาบริษัทเติบโตได้อย่างราบรื่นในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ
สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ จึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณจรีพร สามารถพาบริษัท WHA ให้มีมูลค่าเกือบแสนล้านบาทได้อย่างทุกวันนี้..
#WealthCreation
#ธุรกิจไทย
#WHA
References
- รายงานประจำปี 2568 ของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)