
“ตลาดหุ้นประจำตระกูล” สูตรลับที่ทำให้เจ้าของ Decathlon รักษาอาณาจักรธุรกิจไว้ได้กว่า 120 ปี
17 ก.ค. 2026
ถ้าพูดถึง Decathlon หลายคนก็คงนึกถึงศูนย์รวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาคุณภาพดี ในราคาคุ้มค่า จนสามารถขยายสาขาไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า แบรนด์ที่เราคุ้นเคยนี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอาณาจักรธุรกิจของตระกูล Mulliez หนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งและทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
ซึ่งนอกจาก Decathlon แล้ว ตระกูลนี้ยังเป็นเจ้าของ Auchan เชนซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ และ Leroy Merlin ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านชื่อดังในยุโรป
ทำให้อาณาจักรธุรกิจของตระกูลนี้มีรายได้รวมกันระดับ 1 แสนล้านยูโรต่อปี หรือเกือบ 4 ล้านล้านบาท มากพอ ๆ กับงบประมาณแผ่นดินประเทศเรา
และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ อาณาจักรธุรกิจนี้ไม่ได้เพิ่งสร้างขึ้นมา แต่ถูกส่งต่อความมั่งคั่งมายาวนานกว่า 5 รุ่น และมีสมาชิกครอบครัวรวมกันมากกว่า 1,650 คน
หากอยากรู้ว่า ตระกูล Mulliez มีเคล็ดลับในการรักษาความมั่งคั่งนานกว่า 120 ปี ได้อย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องราวของตระกูล Mulliez เริ่มต้นขึ้นในปี 1905 เมื่อคุณ Louis Mulliez ได้ก่อตั้งโรงงานสิ่งทอขึ้นที่เมืองรูเบ ประเทศฝรั่งเศส
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อาณาจักรธุรกิจของตระกูลเติบโตจนยิ่งใหญ่ระดับโลก ไม่ได้มาจากความสำเร็จของธุรกิจสิ่งทอเพียงแห่งเดียว
แต่มาจากแนวคิดของคุณ Louis ที่ไม่ได้บังคับให้ลูก ๆ ต้องเข้ามาช่วยงานในธุรกิจเดิมของครอบครัว
ตรงกันข้าม เขากลับสนับสนุนให้ลูก รวมถึงลูกเขยออกไปสร้างธุรกิจของตัวเอง เพื่อให้ความมั่งคั่งของครอบครัวแตกแขนงออกไปเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ในหลายอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม คุณ Louis ก็ได้ตั้งเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งเอาไว้ด้วยว่า สมาชิกครอบครัวทุกคนจะต้องร่วมถือหุ้นในบริษัทของกันและกัน
ซึ่งเงื่อนไขนี้ต่อมาถูกนำมาต่อยอดเป็นหลักการที่กลายเป็นปรัชญาของตระกูลเรียกว่า “Tous dans Tout”
แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Everyone in Everything หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ทุกคนอยู่ในทุกธุรกิจ
หมายความว่า สมาชิกครอบครัวจะไม่ได้แยกกันเป็นเจ้าของเฉพาะธุรกิจที่ตัวเองปั้นมา แต่จะต้องร่วมถือหุ้นในอาณาจักรธุรกิจของตระกูลไปด้วยกัน
และเพื่อบริหารจัดการให้เป็นระบบและยั่งยืน พวกเขาจึงร่วมกันจัดตั้งสมาคมครอบครัวขึ้นมาในชื่อ Association Familiale Mulliez หรือ AFM
เพื่อทำหน้าที่คล้ายบริษัทโฮลดิงของตระกูล เป็นศูนย์กลางในการจัดโครงสร้างการถือหุ้นและดูแลผลประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกครอบครัว
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ โครงสร้างนี้ก็เหมือนกับการนำธุรกิจทุกแบรนด์มาใส่ไว้ในตะกร้าใบใหญ่ แล้วให้เครือญาติมาเป็นเจ้าของตะกร้าใบนี้ร่วมกัน
ทำให้แม้จะถือแค่หุ้นบริษัทโฮลดิง แต่ก็จะได้เป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจกว่า 150 บริษัท ใน 62 ประเทศทั่วโลกไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็น
- Decathlon ร้านอุปกรณ์กีฬา ที่มีสาขากว่า 2,000 แห่ง ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
- Auchan เชนซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ในยุโรป คล้ายกับ Lotus's หรือ Big C ที่มีสาขากระจายตัวอยู่แทบทุกมุมเมือง
- Leroy Merlin ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์งานช่าง และของตกแต่งบ้าน มีรูปแบบร้านเทียบได้กับ HomePro
- Boulanger เชนร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีครบวงจร ที่คล้ายกับ Power Buy บ้านเรา
- Kiabi แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นราคาจับต้องได้ ที่เน้นตอบโจทย์เสื้อผ้าสำหรับทุกคนในครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกมากมายในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่แทรกซึมอยู่ในทุกมิติของการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน
เมื่อธุรกิจในพอร์ตเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เงินทุนกงสีกองกลางและประสบการณ์ที่สะสมอยู่ภายในครอบครัวก็เติบโตตามไปด้วย
ทำให้ในปัจจุบัน หากมีสมาชิกคนไหนมีไอเดียอยากปั้นธุรกิจใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร หรือวิ่งหานักลงทุนจากข้างนอกให้วุ่นวาย
เพราะกงสีพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินลงทุนเข้าไปสนับสนุน และถือหุ้นในกิจการนั้นให้ทันที
อย่างไรก็ตาม เงินกงสีนี้ก็ไม่ได้เบิกกันง่าย ๆ เพราะทายาทจะต้องทำแผนธุรกิจมานำเสนอ คล้ายการ Pitching เพื่อขอเงินลงทุนของสตาร์ตอัปในโลกธุรกิจจริง
ซึ่งทางตระกูลก็มีทั้ง Club des Entrepreneurs ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือทายาทที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ
รวมถึง Creadev ที่ทำหน้าที่เสมือน Venture Capital คอยอัดฉีดเงินทุน และนำประสบการณ์ของครอบครัวมาช่วยให้ธุรกิจของทายาทเติบโตได้อย่างมั่นคง
ซึ่งหากโปรเจกต์ใหม่นี้ได้รับการอนุมัติ ธุรกิจนั้นก็จะถูกนำมาใส่เพิ่มไว้ในตะกร้าใบใหญ่ เพื่อให้เครือญาติได้ร่วมเป็นเจ้าของและเติบโตไปด้วยกันตามหลักปรัชญาของตระกูล
และเพื่อให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนความเป็นเจ้าของในตะกร้าใบใหญ่นี้เป็นไปอย่างเป็นระบบ โดยที่คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง
ตระกูล Mulliez ก็ได้ออกแบบหนึ่งในกลไกทางการเงินหลังบ้านที่ไม่เหมือนใครขึ้นมา นั่นก็คือ “ตลาดหุ้นส่วนตัวประจำตระกูล”
โดยตลาดหุ้นระบบปิดแห่งนี้ จะเปิดให้สมาชิกในตระกูลเข้ามาทำรายการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นกันเอง ได้ปีละ 1 ครั้ง
ทำให้หากสมาชิกคนไหนต้องการสภาพคล่อง ต้องการเปลี่ยนหุ้นให้กลายเป็นเงินสด ก็สามารถนำหุ้นมาขายในระบบตลาดปิดนี้ได้
โดยสมาชิกครอบครัวคนอื่นที่ยังเชื่อมั่นในอนาคตของธุรกิจครอบครัว หรือแค่อยากถือหุ้นเพิ่ม ก็จะเป็นคนมารับซื้อหุ้นจากญาติที่ต้องการขาย
และในปีไหนที่มีคนอยากขายหุ้นมากกว่าคนอยากซื้อ ทางตระกูลก็ยังมีกองทุนรับซื้อหุ้นคืน ที่จะคอยเข้ามารับซื้อหุ้นเหล่านั้นเอาไว้เองด้วย
เพื่อช่วยรองรับสภาพคล่อง ทำให้สมาชิกที่ต้องการเงินไม่จำเป็นต้องนำหุ้นไปขายให้นักลงทุนภายนอก
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ กลไกนี้ก็เหมือนการย่อส่วนตลาดหุ้นมาไว้ในบ้าน ที่มีทั้งคนซื้อ คนขาย และกองทุนกงสีคอยเสริมสภาพคล่อง ที่ทำหน้าที่คล้าย ๆ Market Maker ในตลาดหุ้น
เพียงแต่ตลาดหุ้นแห่งนี้จำกัดสิทธิ์ไว้เฉพาะสมาชิกในตระกูลเท่านั้น
ซึ่งการออกแบบระบบนี้ ถือว่าช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกของธุรกิจครอบครัวได้อย่างชาญฉลาด เพราะพวกเขาไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องถือหุ้นของครอบครัวไว้ตลอด
และยอมรับความจริงว่า เมื่อครอบครัวขยายใหญ่ขึ้น ย่อมมีทั้งคนที่อยากถือหุ้นต่อ และคนที่ต้องการสภาพคล่อง
พวกเขาจึงไม่ได้ปิดประตูการซื้อขาย แต่เลือกสร้างระบบที่เปิดทางให้แต่ละคนมีสิทธิ์เลือกได้ โดยที่ความเป็นเจ้าของก็ยังคงหมุนเวียนอยู่แค่ภายในครอบครัว
และนี่เองคือจิกซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้อาณาจักรของตระกูล Mulliez กลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายธุรกิจนอกตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ขณะเดียวกัน กลไกนี้ยังเป็นเหมือนสูตรลับที่ช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามคำสาปรุ่นที่ 3 และส่งต่อความมั่งคั่งมาได้ยาวนานกว่า 120 ปี..
#WealthTransfer
#ธุรกิจครอบครัว
#Mulliez
References