Michael Bloomberg อดีตคนตกงาน ผู้ขายเครื่องมือ ที่นักลงทุนทั่วโลก ต้องยอมจ่ายปีละ 1,000,000 บาท

Michael Bloomberg อดีตคนตกงาน ผู้ขายเครื่องมือ ที่นักลงทุนทั่วโลก ต้องยอมจ่ายปีละ 1,000,000 บาท

23 ต.ค. 2026
เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องเล่าที่ คนที่ร่ำรวยในยุคตื่นทอง คือคนที่ขายพลั่วให้คนอื่นขุด ไม่ใช่ลงไปขุดทองแข่งด้วยตัวเอง
ในโลกการเงินการลงทุนเอง ก็มีธุรกิจทำนองนี้อยู่เหมือนกัน โดยมีอยู่โปรแกรมหนึ่ง ที่เหล่าผู้จัดการกองทุน และนักวิเคราะห์ทั่วโลก ต้องยอมจ่ายเงินค่าสมาชิกกันปีละเป็น 1,000,000 บาท ทุกปี
ฟังดูแล้ว ก็ดูแพงจนน่าตกใจ แต่สำหรับคนในวงการ หากต้องไปทำงานโดยไม่มีมัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการขุดทองด้วยมือเปล่าเลย
โปรแกรมที่ว่าก็คือ Bloomberg Terminal และชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังบริษัทนี้ก็คือคุณ Michael Bloomberg อดีตคนตกงาน ที่กลายมาเป็นมหาเศรษฐี ผ่านการขายเครื่องมือให้คนในโลกการเงินเอาไปใช้งาน
หากสงสัยว่า ทำไมเรื่องราวของคุณ Michael Bloomberg ถึงน่าสนใจ และเขาพลิกโชคชะตาชีวิตของตัวเองจากการเป็นคนตกงาน จนมีวันนี้ได้อย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
คุณ Michael เกิดเมื่อปี 1942 ที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในครอบครัวชนชั้นกลาง
ชีวิตวัยเรียนของเขา ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมาช่วยปูทางให้ เพราะต้องรับจ้างจอดรถและกู้เงินมาจ่ายค่าเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าที่ Johns Hopkins University ก่อนจะได้ไปต่อปริญญาโท MBA ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
หลังเรียนจบ เขาได้เข้าทำงานที่ Salomon Brothers บริษัทวาณิชธนกิจชื่อดังแห่งยุคนั้น
แต่งานแรกของเขาไม่ได้หรูหราอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะต้องเริ่มต้นจากการเป็นมดงาน คือต้องนั่งนับใบหลักทรัพย์ด้วยมือ อยู่ในห้องหลังบ้านของบริษัท
แต่ด้วยความขยันระดับทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน วันละ 12 ชั่วโมง เขาก็ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นไป จนได้เป็นถึงหุ้นส่วนของบริษัทในปี 1972 และได้ขึ้นมาคุมงานส่วนซื้อขายหุ้นของบริษัท
ตอนนั้นเรียกได้ว่าชีวิตการทำงานของเขา ไปได้สวยแบบสุด ๆ จนกระทั่งปี 1979 ได้มาถึง..
คุณ Michael พ่ายแพ้เกมการเมืองภายในบริษัท จนถูกย้ายออกจากห้องค้าหลักทรัพย์ ซึ่งเปรียบดั่งเป็นหัวใจของบริษัท ไปดูแลฝ่ายระบบคอมพิวเตอร์แทน
ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่า การถูกย้ายครั้งนั้น ไม่ต่างอะไรกับการถูกลดตำแหน่งดี ๆ นี่เอง
ลองนึกภาพตามกันดูว่า จากคนที่เคยยืนอยู่แถวหน้าที่ใคร ๆ ต่างพากันจับตามอง กลับต้องถูกส่งไปนั่งอยู่หลังบ้าน ท่ามกลางสายไฟ และเครื่องคอมพิวเตอร์แทน หากเป็นเรา ก็คงจะเจ็บใจอยู่ไม่น้อยเลย
แต่ใครจะไปรู้ว่า ความไม่ได้ดั่งใจในชีวิตครั้งนั้น กลับเป็นที่ที่เขาได้ค้นพบโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
นั่นก็เพราะตั้งแต่สมัยยังเป็นเทรดเดอร์ เขารู้สึกทึ่งมาตลอดว่า คนในวอลล์สตรีตต้องตัดสินใจการลงทุนบนเงินมหาศาลมาก
แต่ข้อมูลการเงินที่มีค่ามากขนาดนั้น กลับถูกจัดเก็บด้วยวิธีที่ล้าหลังเหลือเกิน
จนเมื่อได้มาคุมฝ่ายคอมพิวเตอร์ เขาจึงได้ลงมือพัฒนาระบบซื้อขายและระบบจัดเก็บข้อมูลในแนวทางใหม่ ที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ให้กับบริษัทเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม ผลงานชิ้นนี้ ก็ไม่ได้ช่วยรักษาเก้าอี้ของเขาให้อยู่กับบริษัทต่อไปได้
โดยในปี 1981 หลัง Salomon Brothers ควบรวมกิจการกับ Phibro Corporation บริษัทซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ คุณ Michael จึงกลายเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ที่จะไม่ได้ไปต่อกับบริษัทในครั้งนี้
สิ่งที่เขาได้ติดตัวออกมา คือเงินประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากส่วนแบ่งในฐานะหุ้นส่วนของบริษัท
หลายคนอาจจะคิดว่า หากได้เงินก้อนโตขนาดนั้น เราก็น่าจะเลือกเกษียณไปใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ไม่ต้องมาเหนื่อยยากอีกต่อไปแล้วก็ได้
แต่สำหรับคุณ Michael นั้นต่างออกไป เพราะเขายังมีไฟที่ลุกโชนจากการมองเห็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่ยังไม่มีใครในโลกเคยทำได้สำเร็จมาก่อน..
ไม่ว่าเขาจะต้องแบกรับความรู้สึกอย่างไรก็ตาม เช้าวันรุ่งขึ้นหลังออกจาก Salomon Brothers เขาได้เริ่มลงมือก่อตั้งบริษัทใหม่ทันที ในชื่อ Innovative Market Systems โดยนำเงินจากการเลิกจ้างบางส่วน มาเป็นเงินทุนตั้งต้น
ธุรกิจใหม่นี้ตั้งอยู่บนความเชื่อง่าย ๆ เพียงข้อเดียว นั่นคือ คนในวอลล์สตรีตยินดีจะจ่ายแพง เพื่อแลกกับข้อมูลคุณภาพสูง ส่งตรงถึงหน้าจออัตโนมัติ พร้อมเครื่องมือคำนวณครบถ้วน ให้เอาไปใช้งานจริงได้แบบไม่ติดขัด
และแล้วลูกค้ารายแรก ที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์บริษัทใหม่นี้ ให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญต่อโลกการเงิน ก็ได้มาถึง..
ปี 1982 เครื่อง Market Master ซึ่งเป็นต้นแบบของ Bloomberg Terminal ในวันนี้ จำนวน 22 เครื่อง ได้ถูกส่งไปติดตั้งที่ Merrill Lynch โบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีต
ไม่เพียงเท่านั้น ทาง Merrill Lynch ยังทุ่มเงินอีก 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัดฉีดเข้ามาในบริษัท เพื่อแลกกับหุ้น 30% แต่มีเงื่อนไขว่า บริษัทจะต้องห้ามขายเครื่องนี้ให้กับคู่แข่ง เป็นเวลาไปอีก 5 ปี
แต่หลังผ่านไปเพียงแค่ 2 ปี Merrill Lynch ก็ยอมปลดล็อกเงื่อนไขนี้ ทำให้ประตูสู่คู่ค้าทั่วโลก เปิดออกกว้างทันที
และพอถึงปี 1986 บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็น Bloomberg L.P. อย่างที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้..
ถึงตรงนี้ก็อาจจะมีคนสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า ทำไมเครื่องมือนี้ถึงสำคัญ จนลูกค้าต้องยอมจ่ายเงินเสียค่าสมาชิกแพง ๆ ทุกปี แบบแทบจะไม่สามารถต่อรองอะไรได้เลย ?
การจะตอบคำถามนี้ อยากให้เราลองนึกภาพถึงผู้จัดการกองทุนและทีมงาน ที่ต้องคอยดูแลเงินของลูกค้ารวมกันตั้งแต่หลายพันไปจนถึงหลักแสนล้านบาท โดยทุกการตัดสินใจ ล้วนมีมูลค่ามหาศาล
ถ้าหากมีเครื่องมือที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นคลังข้อมูลย้อนหลังทั่วโลก และระบบการคำนวณแทบทุกอย่าง มารวมอยู่ในแหล่งเดียวกัน ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
แบบนี้ก็จะช่วยให้กลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในโลกการเงิน สามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นหลายเท่า
ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินค่าสมาชิกที่ต้องจ่ายไปปีละประมาณ 1,000,000 บาทแล้ว แค่นี้ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก
แต่ยังไม่หมดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะในปี 1990 คุณ Michael ยังได้นำคำแนะนำจากคุณ Matthew Winkler นักข่าวชื่อดังมาปรับใช้ จนได้ก่อตั้ง Bloomberg News สำนักข่าวของบริษัทขึ้นมาเอง
โดยการตั้งสำนักข่าว Bloomberg News เหตุผลหลักไม่ใช่การสร้างรายได้จากช่องทางอื่น ๆ แต่ใช้เป็นพื้นที่ไว้อวดสรรพคุณฟังก์ชันของ Bloomberg Terminal ผ่านข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ ที่ล้วนถูกดึงมาจากฐานข้อมูล 
เพื่อหวังจะจูงใจให้คนที่ผ่านมาอ่านข่าวบนหน้าเว็บไซต์ อยากจะลิ้มลองเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของ Bloomberg Terminal ดูบ้าง
นอกจากนี้เอง Bloomberg ก็ยังมีอาวุธลับที่แท้จริงอีกอย่างหนึ่ง ที่สร้างความเหนียวแน่นให้ลูกค้า จนยากที่จะเลิกใช้งานผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ด้วย..
นั่นคือ ระบบแชตในตัวของ Bloomberg Terminal ที่ชื่อว่า Instant Bloomberg ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นตลาดกลาง ให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อพูดคุย และต่อรองราคากับคู่ค้าคนอื่น ๆ ที่อยู่ในระบบเดียวกันได้
เมื่อคู่ค้าที่เราต้องคุยด้วยทุกวัน ต่างก็อยู่ในระบบเดียวกันหมด การจะเปลี่ยนใจย้ายไปใช้บริการเจ้าอื่น จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ว่า มีข้อมูลครบเหมือนกัน หรือราคาถูกกว่าแค่ไหน
แต่ยังต้องคำนึงด้วยเสมอว่า ถ้าเกิดเราย้ายออกไปเจ้าเดียว แล้วเรายังจะสามารถคุยกับคู่ค้าของเราได้อีกหรือไม่
ทำให้แม้ทุกวันนี้จะมีบริษัทให้บริการข้อมูลการเงินอยู่มากมาย แต่จุดแข็งที่ยากจะหาใครเลียนแบบ Bloomberg ได้ คือเครือข่ายนักลงทุน ที่ผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น..
ด้วยโมเดลการทำธุรกิจ ที่เหมือนกับการต่อจิกซอว์เสริมความแข็งแกร่งทีละจุดมาตลอดหลายปี อย่างไม่เร่งรีบ
ก็เปลี่ยนให้บริษัท Bloomberg ของคุณ Michael กลายมาเป็นดั่งร้านขายอุปกรณ์แบบเช่ายืมสุดสำคัญ ให้กับบริษัททั่วทั้งโลกการเงิน
โดยที่บริษัทไม่จำเป็นต้องไปเสียแรงคาดการณ์ให้เหนื่อยเลยว่า ตลาดจะขึ้นหรือลง แล้วลูกค้าจะเดาถูกหรือผิด
เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทุกคนก็จะยังต้องจ่ายเงินค่าสมาชิก เพื่อใช้งาน Bloomberg Terminal ต่อไป
ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจนี้ สะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจน ผ่านเส้นทางของมูลค่าเงินลงทุนก้อนแรกของ Merrill Lynch
- ปี 1982 Merrill Lynch ลงทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับหุ้น 30%
- ปี 1996 Merrill Lynch ขายหุ้นคืนไป 10% ได้เงินมา 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับว่า Bloomberg จะมีมูลค่าราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปี 2008 Merrill Lynch ที่กำลังบาดเจ็บหนักจากวิกฤติการเงินแฮมเบอร์เกอร์ ยอมขายหุ้นที่เหลืออีก 20% คืนในราคา 4,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Bloomberg มีมูลค่าราว 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งเมื่อคำนวณรวมดูแล้ว จากเงินลงทุนตั้งต้น 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ Merrill Lynch ได้งอกเงยกลับมาเป็นเงินกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นผลตอบแทนมากกว่า 150 เท่า..
ปัจจุบัน Forbes ประเมินว่า Bloomberg L.P. มีรายได้ประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 500,000 ล้านบาท โดยคุณ Michael ยังคงถือหุ้นอยู่ถึง 88%
ตรงจุดนี้เอง ทำให้เขาได้มีสถานะเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก ที่ว่ากันว่ามีสินทรัพย์มากถึง 3,185,000 ล้านบาท เลยทีเดียว..
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจเรื่องราวของคุณ Michael Bloomberg อดีตคนตกงาน ที่พลิกชีวิตมาเป็นคนขายพลั่ว ให้กับนักลงทุนทั้งโลกใช้งานอยู่ทุกวันกันดีขึ้นแล้ว
แม้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาจะเจอความยากลำบากมากมาย เขาก็ไม่เคยหมดไฟ พร้อมทั้งเก็บเศษใจที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ประกอบกันใหม่ แล้วลุกขึ้นมาก้าวเดินต่อไป โดยไม่ปล่อยให้ความผิดหวังในชีวิตฉุดรั้งเขาไว้
แม้เส้นทางชีวิตของเขากับ Salomon Brothers จะไม่ได้บรรจบลงอย่างสวยงาม แต่ตลอดเวลา 15 ปีที่อยู่ที่นี่ เขาได้รับประสบการณ์ล้ำค่า รวมถึงโอกาสครั้งใหญ่ ที่หลายคนมองข้ามไป
นั่นคือการได้ล่วงรู้ความต้องการของคนในวอลล์สตรีต และเลือกเติมเต็มสิ่งนั้น จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ระดับตำนาน ที่ผู้คนในโลกการเงิน ต้องผ่านหูผ่านตา ใช้บริการของบริษัทนี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
บางทีบทเรียนจากชีวิตของคุณ Michael อาจจะกำลังบอกเราอยู่ก็ได้ว่า ที่ที่เราถูกผลักให้ไปอยู่ ในวันที่โชคชะตาดูเหมือนจะทอดทิ้งเราไป จริง ๆ แล้วนั่นอาจจะไม่ใช่ทางตันเสมอไป
ตราบใดที่เรายังตั้งใจเรียนรู้ ไม่หยุดพยายาม สักวันประสบการณ์เหล่านั้น ก็อาจจะกลายมาเป็นโบนัสชีวิตครั้งใหญ่ ในแบบฉบับของเราเองก็เป็นได้
เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของคุณ Michael Bloomberg ที่เคยถูกผลักออกไปจากสิ่งที่รัก สิ่งที่หวงแหน
แต่วันนี้ นามสกุลของเขากลับได้เป็นตำนานตลอดกาลของโลกการเงิน เพราะปรากฏชัดอยู่บนหน้าจอ ทั้งในหน้าเว็บไซต์ข่าว และบนโปรแกรม โดยที่นักลงทุนทั่วโลก ต้องเห็นโลโกนี้อยู่ทุกวี่ทุกวัน จนชินตากันไปแล้วนั่นเอง..
#WealthCreation
#ธุรกิจต่างประเทศ
#Bloomberg
References
-How Michael Bloomberg Works ช่อง Founders Podcast
-Michael Bloomberg - Founder of Bloomberg L.P. & Former NYC Mayor | Podcast | In Good Company
-หนังสือ Bloomberg by Bloomberg, Revised and Updated (2019) โดย Michael Bloomberg
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.