Florentino Pérez มหาเศรษฐี 230,000 ล้านบาท ผู้สร้าง Real Madrid ให้กลายเป็นสโมสรฟุตบอล มูลค่าสูงสุดในโลก

Florentino Pérez มหาเศรษฐี 230,000 ล้านบาท ผู้สร้าง Real Madrid ให้กลายเป็นสโมสรฟุตบอล มูลค่าสูงสุดในโลก

26 พ.ค. 2026
เคยมีนักการเมืองหนุ่มชาวสเปนคนหนึ่ง แพ้เลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต้องยอมหันหลังให้แวดวงการเมือง เข้าสู่โลกธุรกิจแทน
อาณาจักรธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จมาก กลายเป็นบริษัทก่อสร้างใหญ่สุดในสเปน และทำให้เขากลายมาเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย
ความสำเร็จในระดับนั้น พูดไปแล้ว ก็ดูเป็นที่น่าอิจฉาสำหรับใครหลายคน
แต่สำหรับเขา มันยังไม่ใช่สิ่งที่เติมเต็มชีวิตได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เขาหวงแหน ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่บริษัท แต่เป็นสโมสรฟุตบอลนามว่า “Real Madrid..”
เรากำลังพูดกันถึง คุณ Florentino Pérez ประธานสโมสรของ Real Madrid คนปัจจุบัน
หากสงสัยว่า เรื่องราวของคุณ Florentino Pérez มีอะไรน่าสนใจ, เขาสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้อย่างไร และทำไมเขาถึงเลือกหันมาทุ่มเทให้ Real Madrid มากขนาดนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
คุณ Florentino Pérez เกิดในปี 1947 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยเขาเรียนจบด้านวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัย Polytechnic University of Madrid
คุณ Pérez ในวัยหนุ่ม เคยเลือกเดินบนเส้นทางการเป็นนักการเมืองอยู่หลายปี แต่ฝันทางด้านนี้ก็สิ้นสุดลง เพราะเขาเลือกยอมแพ้ และเลือกเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ มาเอาดีในด้านธุรกิจ
ในปี 1983 เขาและเพื่อนวิศวกรอีก 2 คน ได้ซื้อกิจการของบริษัทก่อสร้างที่กำลังล้มละลายชื่อว่า Construcciones Padrós ในราคาที่ถูกมาก เหมือนกับได้ฟรี เพราะไม่มีใครอยากได้
สิ่งที่ทำให้เขามองเห็นคุณค่าของบริษัทนี้ สวนทางกับคนส่วนใหญ่ก็คือ เขารู้ดีว่า สเปนในยุคนั้น กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตย
รัฐบาลใหม่กำลังทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วประเทศ
หากเขามีธุรกิจประเภทนี้ในมือ ประกอบกับความรู้ด้านวิศวกรรมโยธา และสายสัมพันธ์อันดี ที่เขาเคยสร้างไว้สมัยเป็นนักการเมือง ธุรกิจนี้มีโอกาสจะไปรุ่งแน่นอน..
โดยกลยุทธ์ในการสร้างอาณาจักรธุรกิจของเขา ไม่ใช่วิธีที่ซับซ้อนเลย แถมเขายังทำซ้ำได้อีกด้วย
- ปี 1986 ซื้อบริษัท OCISA ทำธุรกิจก่อสร้างที่กำลังขาดทุนอีกแห่งในราคาถูก เพื่อนำมาปรับปรุงระบบการทำธุรกิจเสียใหม่ แล้วควบรวมกับ Construcciones Padrós และเปลี่ยนชื่อเป็น OCP
- ปี 1997 นำ OCP ควบรวมกับบริษัท Ginés Navarro เกิดเป็นบริษัทใหม่ คือ Grupo ACS
ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นหันมาทำธุรกิจ เขาใช้วิธีการแบบนี้ซ้ำ ๆ คือ ซื้อธุรกิจที่กำลังมีปัญหาในราคาถูก จากนั้นก็นำมาฟื้นฟู จนผลประกอบการดีขึ้น และควบรวมเข้ากับบริษัทในเครือ
พอทำแบบนี้หลาย ๆ รอบ ก็เลยส่งผลให้ในวันนี้ บริษัท Grupo ACS ของเขา กลายมาเป็น 1 ใน 10 บริษัท ที่มีมูลค่ามากสุดในสเปน..
แต่สิ่งที่น่าทึ่ง ที่เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้คือ บริษัทสามารถจับเทรนด์อุตสาหกรรมสำคัญของโลก 
ด้วยการคว้างานโครงการสร้างศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Meta, Google และมีข่าวลือถึงโปรเจกต์ Stargate ของ OpenAI ด้วย
เลยทำให้หุ้นของบริษัทบวกมามากกว่า +100% ภายในเวลาแค่ 1 ปีเท่านั้น
เรื่องนี้ส่งผลให้ คุณ Pérez ซึ่งเป็น CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร่ำรวยขึ้นอีกอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้เขามีความมั่งคั่งมากกว่า 230,000 ล้านบาทไปแล้ว..
ถึงตรงนี้ ก็อาจจะมีคนสงสัยว่า แล้วทำไมคนที่ดูประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจมากขนาดนั้น ถึงอยากมาเป็นประธานสโมสรฟุตบอล และยังคงหวงตำแหน่งนั้น ไม่ยอมปล่อยไปให้กับใครด้วยล่ะ ?
คำตอบก็คือ เพราะทีม Real Madrid ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอลธรรมดา ๆ ในสายตาของเขา
คุณ Pérez เกิดและเติบโตมาในกรุงมาดริด โดยเขาเป็นแฟนบอลของทีมนี้ มาตั้งแต่เด็ก
สโมสรแห่งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเขา ในฐานะชาวสเปน
และที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น เขามองว่า Real Madrid คือสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ อยู่เหนือกว่าเรื่องการเมืองเสียอีก เพราะทีมนี้แทบจะถูกกลืนเข้าไปอยู่ในเลือดเนื้อ วัฒนธรรม ของชาวสเปนเลยด้วยซ้ำ
สำหรับคนที่ผ่านทั้งเส้นทางการเมือง และประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจมาแล้วอย่างเขา การได้เป็นประธานสโมสรสุดยิ่งใหญ่แห่งนี้ นับเป็นเกียรติยศที่สำคัญกว่า เพราะจะทำให้ชื่อเสียงของเขา ถูกจดจำไปตลอดกาล..
แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงการก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสรของเขา เราควรจะต้องมาทำความเข้าใจถึงโครงสร้างการบริหารของทีมนี้ ซึ่งแตกต่างจากสโมสรฟุตบอลอื่นทั่วโลก กันก่อน
Real Madrid ไม่ได้มีเจ้าของเป็นมหาเศรษฐีเพียงแค่คนเดียว หรือเป็นกลุ่มตระกูล แบบทีมอื่น ๆ
ทีมนี้ก่อตั้งในปี 1902 และดำเนินงานในรูปแบบ “องค์กรกีฬาไม่แสวงหาผลกำไร” ที่เป็นของสมาชิก หรือที่เรียกว่า “Socios” มาตั้งแต่ต้น
ซึ่ง Real Madrid นับเป็น 1 ใน 4 สโมสรของสเปน ที่ได้รับข้อยกเว้นทางกฎหมาย ให้ยังคงรักษาโครงสร้างนี้ไว้ได้ ในขณะที่สโมสรอื่น ๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นบริษัทเอกชนกันหมดแล้ว
ปัจจุบัน Real Madrid มีสมาชิกอยู่ราว 95,000 คน โดยแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าสมาชิก ปีละ 150 ยูโร เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการโหวตเลือกประธาน, ขอซื้อตั๋วฤดูกาล และเข้าร่วมประชุมสภาสมาชิก
สิ่งที่ไม่เหมือนใครของระบบนี้ก็คือ การถูกออกแบบมาให้ ปิดประตูสำหรับคนนอกโดยสมบูรณ์ ไม่ปล่อยให้ใครก็ได้เข้าเป็นสมาชิก
เพราะคนที่จะเข้ามาเป็น Socios ใหม่ได้ จะต้องเป็นลูกหลานของกลุ่มสมาชิกเดิมเท่านั้น..
พูดง่าย ๆ ก็คือ สมาชิกภาพของ Real Madrid จะถูกถ่ายทอดกันทางสายเลือด และจำนวนสมาชิกเอง ก็แทบจะไม่เพิ่มมาหลายปีแล้ว
และที่ยากยิ่งไปกว่านั้นอีกคือ สำหรับคนที่อยากลงสมัครเป็นประธานของสโมสร จะต้องเป็นสมาชิกมาแล้วอย่างน้อย 20 ปี และต้องวางเงินประกัน เป็นสัดส่วน 15% ของงบประมาณสโมสรทั้งหมดด้วย
เช่น หากปัจจุบัน สโมสรมีงบ 1,000 ล้านยูโร คนที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธาน ต้องวางเงินค้ำประกันไว้ 150 ล้านยูโรก่อน
เรื่องนี้ ฟังดูแล้วแทบไม่แตกต่างอะไรจากโลกการเมืองเลย เพราะคนที่จะขึ้นมาบริหาร Real Madrid ได้ มีแค่ฐานเสียงอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องมีทุนทรัพย์มหาศาล
เมื่อเข้าใจโครงสร้างการบริหารทีมแล้ว ต่อไปก็กลับมาที่เรื่องราวของคุณ Pérez กันต่อ
ในปี 2000 คุณ Pérez ตัดสินใจลงสมัครแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เขาเคยพ่ายแพ้ไปแล้วในครั้งก่อน เมื่อปี 1995
ทีม Real Madrid ในตอนนั้น นับว่าอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมาก
บริษัทมีหนี้สินถึง 300 ล้านยูโร, ขาดสภาพคล่อง และแผนธุรกิจก็ดูยุ่งเหยิงไปหมด แม้ว่าทีมจะเพิ่งได้แชมป์ UEFA Champions League ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลใหญ่สุดในยุโรปมาสด ๆ ร้อน ๆ ก็ตาม
ประธานคนเก่าในตอนนั้น คือคุณ Lorenzo Sanz เชื่อว่า ตำแหน่งของตัวเองจะปลอดภัยแน่นอน เพราะในยุคของเขา ทีมสามารถคว้าถ้วยรางวัลใหญ่นี้ มาได้ถึง 2 ครั้งแล้ว
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ นโยบายในการหาเสียงของคุณ Pérez ที่เย้ายวนให้เหล่าสมาชิก Socios ต่างคล้อยตามกัน
คุณ Pérez ให้สัญญาว่า หากเขาได้เป็นประธาน เขาจะดึงตัวนักเตะอย่างคุณ Luís Figo นักเตะระดับโลกชาวโปรตุเกส มาจากสโมสรคู่อริอย่างทีม FC Barcelona มาร่วมทีมให้ได้
เรื่องนี้ หลายคนในเวลานั้น ก็พากันหัวเราะเยาะเขา เพราะไม่มีใครเชื่อว่าจะมีทางเป็นไปได้เลย
แต่หารู้ไม่ว่า ก่อนหน้านั้น เขาได้ทำข้อตกลงลับกับตัวแทนของคุณ Figo เอาไว้เรียบร้อยแล้ว..
และแล้วผลการเลือกตั้งก็ออกมา คุณ Pérez ชนะด้วยคะแนน 55% และเขาก็ได้ทำตามที่สัญญาเอาไว้จริง ๆ 
โดยดึงตัวคุณ Figo มาเป็นนักเตะของ Real Madrid ด้วยค่าตัว 62 ล้านยูโร นับเป็นสถิติโลกในเวลานั้น
กลยุทธ์ที่อยู่คู่กับการบริหารสไตล์คุณ Pérez มาตลอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม จนกลายเป็นยุคที่ถูกจดจำกันเป็นตำนานในโลกฟุตบอล เรียกว่า “Galácticos”
ใจความสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ Real Madrid จะซื้อซูเปอร์สตาร์ระดับโลก หนึ่งคนต่อปี และนักเตะแต่ละคน จะต้องไม่ได้แค่มีฝีเท้าที่เก่งอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ละคนจะต้องมีฐานแฟนคลับอยู่ทั่วโลก เพื่อเมื่อเข้ามาอยู่กับสโมสรแล้ว จะต้องเป็นหน้าเป็นตา ให้กับสโมสรด้วย
Galácticos ยุค 1.0 เป็นทีมรวมซูเปอร์สตาร์ระดับตำนาน โดยมีรายชื่อนำมาด้วย คุณ Luís Figo จากโปรตุเกส, คุณ Zinédine Zidane จากฝรั่งเศส, คุณ Ronaldo Nazário จากบราซิล และคุณ David Beckham จากอังกฤษ
นโยบายนี้ ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของสโมสรจากที่เคยเป็นมา ไปอย่างสิ้นเชิง
ทีมไม่ได้เป็นเพียงแค่สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากสเปนอีกต่อไป แต่กลายมาเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ทำรายได้มหาศาล ผ่านการขายเสื้อ, สิทธิ์การถ่ายทอด และสปอนเซอร์ ที่พรั่งพรูเข้ามาอย่างล้นหลาม
อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน ผลงานในสนามของยุคนี้ ก็เรียกได้ว่า ค่อนข้างน่าผิดหวังมาก..
เพราะทีมคว้าแชมป์ได้น้อยเกินไป หากเทียบกับภาพการมีนักเตะระดับโลก รวมอยู่ในทีมมากมายขนาดนี้
และยังมีเรื่องปัญหาความขัดแย้งภายในทีมเอง ที่คาราคาซัง ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี จนดูแก้ไม่ได้เสียทีด้วย
เรื่องนี้ส่งผลให้ในปี 2006 คุณ Pérez จึงตัดสินใจแสดงสปิริต ด้วยการลาออก..
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดยุคของเขาเสียทีเดียว เพราะหลังจากผ่านไปแค่ 3 ปี เขาได้ทบทวนความผิดพลาดของตัวเองครั้งใหญ่
และตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับประโยคว่า “กลับมาพร้อมไฟ ความคิด และพลังงานที่มากกว่าตอนปี 2000 เสียอีก”
แน่นอนว่าเขากลายเป็นประธานสโมสรอีกครั้ง โดยระบบการบริหารในยุคนี้ ยืดหยุ่นขึ้น ไม่ได้เน้นแค่การมีนักเตะซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว
แต่เน้นการเติมเต็มตำแหน่งนักเตะที่สำคัญ เพื่อสร้างผลงานในสนามให้ดี และมอบอิสระให้ผู้จัดการทีม มากขึ้นกว่ารอบที่แล้ว
ในยุคนี้ นับว่าเป็น Galácticos 2.0 ที่เปิดยุคด้วยการ ดึงตัวคุณ Cristiano Ronaldo มาจากทีม Manchester United ด้วยค่าตัวสถิติโลกอีกครั้ง
และตามมาด้วยผู้เล่นที่ปัจจุบันนี้ ล้วนกลายเป็นตำนานในโลกฟุตบอลกันหมดแล้ว เช่น คุณ Ricardo Kaká, คุณ Karim Benzema, คุณ Luka Modrić, คุณ Gareth Bale และคุณ Toni Kroos
ยุค Galácticos 2.0 แตกต่างจากยุคที่แล้ว แบบหน้ามือเป็นหลังมือ
เพราะ Real Madrid ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด แบบที่ยังไม่มีทีมไหนในโลกนี้ เคยทำได้มาก่อน ด้วยการคว้าแชมป์ UEFA Champions League ได้ถึง 6 สมัย
และก็ไม่ใช่มีแค่ผลงานในสนาม ที่ประสบความสำเร็จสุดขีดเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของธุรกิจที่ดีมาก ไม่แพ้กัน
ทั้งนี้ ก็เพราะคุณ Pérez ให้ความสำคัญต่อทีม เหมือนเป็นองค์กรธุรกิจ ที่จะต้องเพิ่มมูลค่าควบคู่กันไปด้วย
ผลลัพธ์คือ Real Madrid ได้กลายเป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกในโลก ที่ทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้านยูโรต่อปี และถูก Forbes จัดอันดับให้เป็น สโมสรที่มีมูลค่าแบรนด์ สูงที่สุดในโลก หลายปีติดต่อกัน
ความสำเร็จระดับนี้ สร้างชื่อเสียงให้คุณ Pérez ถูกจารึกเป็น ประธานที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ในประวัติศาสตร์ของสโมสรตลอดกาล..
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวของคุณ Florentino Pérez ทั้งในมุมของการเป็นนักธุรกิจ และความรัก ความทุ่มเท ที่เขาได้ให้หมดทั้งใจ ต่อทีมรักของเขาคือ Real Madrid กันดีขึ้นแล้ว
เรื่องราวของคุณ Pérez พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความพ่ายแพ้อย่างหนึ่ง อาจจะไม่ได้ปิดประตูโอกาสความก้าวหน้าของชีวิตเราอย่างถาวรแต่อย่างใด
แต่จริง ๆ แล้ว อาจจะเป็นสัญญาณบางอย่าง ที่กำลังบอกเราว่า ยังมีประตูแห่งโอกาสอีกบานหนึ่งที่ดีกว่าเดิม รอให้เราเปิดมันออกอยู่
ซึ่งประตูบานนี้ หากเราได้ค้นพบ และไม่ปล่อยมันให้หลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย ทางเลือกของเรา ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ให้ดีขึ้นกว่าเดิม แบบที่อีกทางเลือกหนึ่ง เทียบไม่ติดเลยก็ได้
เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของคุณ Pérez ถ้าวันนั้นเขาชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นนักการเมืองตามที่หวังไว้
โลกนี้ก็คงไม่มีธุรกิจแบบ Grupo ACS และทีมอย่าง Real Madrid ก็อาจจะไม่ได้มีวันที่ยิ่งใหญ่ อย่างที่เราเห็น
และชื่อของคุณ Florentino Pérez ก็คงจะเป็นเพียงชื่อของนักการเมืองชาวสเปนคนหนึ่ง ที่อาจจะไม่มีใครจดจำ ก็เป็นได้..
#WealthCreation
#ธุรกิจต่างประเทศ
#RealMadrid
References
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.