
มหากาพย์คดีหย่าตระกูลแชโบล เมื่อราคาของการนอกใจ (อาจ) ต้องแลก ด้วยการแบ่งสมบัติมูลค่าเกือบ 50,000 ล้านบาท
27 พ.ค. 2026
ในตอนที่ Samsung บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นความภาคภูมิใจของคนเกาหลีใต้ ถูกพูดถึงเพราะกลายเป็น Trillion Dollar Club หรือบริษัทที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ
ก็ยังมีอีกบริษัทชาติเดียวกัน ที่รอต่อคิวเข้าเป็นสมาชิก Trillion Dollar Club เช่นเดียวกัน ชื่อว่า “SK hynix”
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอันดับ 2 ของโลก
ที่เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร SK Group กลุ่มธุรกิจที่ฝังรากอยู่ในแทบทุกมิติของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ จนได้ชื่อว่าเป็นแชโบลยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ
แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึง ความสุดยอดของบริษัท ผลประกอบการ หรือการแข่งขันในสมรภูมิชิป AI
เพราะสิ่งที่คนไทยหลายคน อาจจะสนใจไม่แพ้กัน คือคดีหย่าร้างจากการนอกใจ ระหว่างคุณชเว แท-วอน ประธาน SK Group และคุณโน โซ-ยอง ลูกสาวอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้
อดีตคู่แต่งงานแห่งศตวรรษสุดสมบูรณ์แบบราวกับหลุดมาจากซีรีส์ ที่วันนี้บานปลายจนกลายเป็นศึกการประเมินมูลค่าสินสมรสครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้
แล้วเรื่องราวการหย่าร้างที่เดิมพันด้วยโครงสร้างธุรกิจของอาณาจักรระดับชาตินี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ย้อนกลับไปในปี 1988 การแต่งงานของทั้งคู่เป็นที่จับตามองมากในเกาหลีใต้ จนเรียกได้ว่าเป็นการแต่งงานแห่งศตวรรษ..
เพราะฝ่ายชายคือ คุณชเว แท-วอน ทายาทคนโตของตระกูล SK Group หนึ่งในกลุ่มแชโบลที่กำลังทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ
ส่วนฝ่ายหญิงคือ คุณโน โซ-ยอง ลูกสาวของคุณโน แท-อู ซึ่งในเวลานั้น เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้
ด้วยโปรไฟล์ของทั้งคู่ จึงไม่แปลกใจที่ทำไมสังคมเกาหลีใต้ในตอนนั้นต้องจับตา เพราะว่ามันคือการผนึกกำลังของ 2 ขั้วอำนาจใหญ่ระดับประเทศ
ซึ่งเป็นเหมือนภาพสะท้อนที่ชัดเจนของสังคมเกาหลีใต้ในยุคนั้น ที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่และอำนาจทางการเมือง มักจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น
และตลอดเวลาเกือบ 30 ปี ทั้งคู่ก็มีลูกด้วยกัน 3 คน
หากมองภายนอก นี่คือภาพครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ ราวกับหลุดออกมาจากฉากหนึ่งในซีรีส์เกาหลี
แต่แล้วจุดหักมุมของเรื่องนี้ก็ปะทุขึ้นในปี 2015
เมื่อคุณชเว แท-วอน เขียนจดหมายร่ายยาวส่งให้สื่อเพื่อยอมรับว่า ตัวเขาเองมีลูกนอกสมรสกับผู้หญิงคนอื่น และต้องการหย่ากับภรรยาคนปัจจุบัน เพื่อไปรับผิดชอบครอบครัวใหม่
สำหรับคนธรรมดา การหย่ากันส่วนใหญ่ก็แบ่งแค่บ้าน รถ เงินฝาก หรือทรัพย์สินที่สร้างร่วมกันมา
แต่สำหรับเคสนี้ ที่ความมั่งคั่งผูกติดอยู่กับหุ้น เพราะขุมทรัพย์ความมั่งคั่งของคุณชเว ส่วนใหญ่มาจากหุ้น SK Inc. ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิงที่เป็นศูนย์กลางอำนาจควบคุมบริษัทในเครือทั้งหมด
ก็ทำให้สังคมจับตาว่า อำนาจควบคุมอาณาจักรธุรกิจระดับล้านล้านบาท จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร หลังจากการหย่าร้างเสร็จสิ้น
และหากสรุปเรื่องราวมหากาพย์คดีหย่าที่ลากยาวจนถึงวันนี้ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ยก
ยกที่ 1 ศาลชั้นต้น คุณชเวเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ศาลมองว่าหุ้นที่คุณชเวถือครองอยู่นั้นเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เนื่องจากเป็นมรดกตกทอดที่ได้รับมาจากพ่อ ซึ่งเป็นประธานบริษัทคนก่อน
โดยปกติแล้ว ทรัพย์สินที่มีมาก่อนแต่งงาน หรือได้มาเป็นมรดก จะถูกจัดเป็นสินส่วนตัวที่ไม่ต้องนำมาแบ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายเกาหลีใต้ก็มีช่องว่างที่ค่อนข้างยืดหยุ่น โดยยึดหลักความร่วมมือเป็นหัวใจสำคัญ
นั่นหมายความว่า ถ้าอีกฝ่ายพิสูจน์ได้ว่าตนเองมีส่วนร่วมในการทำให้สินทรัพย์นั้นงอกเงย ซึ่งรวมถึงการทำงานบ้าน ดูแลครอบครัว และเลี้ยงลูก
ทรัพย์สินนั้นก็จะถูกดึงกลับมาเป็นกองกลาง เพื่อนำมากำหนดสัดส่วนการแบ่งสมบัติทันที
แต่ในตอนนั้นศาลมองว่า คุณโนมีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าให้กับหุ้นน้อยมาก ทำให้แทบไม่ได้ส่วนแบ่งความมั่งคั่งที่ผูกอยู่กับอาณาจักรนี้เลย
ท้ายที่สุด ศาลจึงสั่งให้คุณชเว แบ่งเงินคุณโนออกเป็น 2 ส่วน
- ส่วนกระเป๋าที่ 1 การแบ่งทรัพย์สิน
มูลค่า 66,500 ล้านวอน หรือราว 1,700 ล้านบาท
- ส่วนกระเป๋าที่ 2 ค่าชดเชยจากการนอกใจ
มูลค่า 100 ล้านวอน หรือราว 2.4 ล้านบาท
ยกที่ 2 ศาลอุทธรณ์ เกมพลิก คุณโนเป็นฝ่ายได้เปรียบ
หลังจากคำตัดสินของศาลชั้นต้นจบลงด้วยตัวเลขอันน้อยนิด เมื่อเทียบกับความมั่งคั่งของอาณาจักร SK Group
แน่นอนว่าคุณโนไม่ยอมจบเพียงแค่นั้น เธอจึงเดินหน้าสู้คดีต่อ พร้อมกับงัดไพ่ไม้ตายชิ้นสำคัญออกมากาง
นั่นคือ เงินกองทุนลับ 30,000 ล้านวอน..
โดยพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า ในอดีตพ่อของเธอซึ่งเป็นประธานาธิบดีเคยส่งเงินทุนลับให้พ่อของคุณชเว เพื่อใช้เป็นเงินตั้งต้นสำหรับขยายธุรกิจในยุคแรก
แถมบารมีทางการเมืองของพ่อตาที่เป็นถึงผู้นำประเทศ ก็ถือเป็นเกราะคุ้มกันและช่วยปูทางให้กับธุรกิจของตระกูลลูกเขยได้เป็นอย่างดี
ซึ่งก็เท่ากับว่า ความยิ่งใหญ่ของ SK Group ในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากตระกูลฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังมาจากแรงสนับสนุนจากครอบครัวฝ่ายหญิงที่อยู่เบื้องหลังด้วย
ดังนั้น เธอจึงสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองมีส่วนร่วมในการทำให้สินทรัพย์ก้อนนี้งอกเงย ทำให้หุ้นที่คุณชเวถือครองอยู่ต้องถูกดึงกลับมาเป็นกองกลาง
หลักฐานชิ้นนี้ทำให้น้ำหนักของคดีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนศาลยอมรับและสั่งให้คำนวณมูลค่าทรัพย์สินใหม่ทั้งหมด
- ส่วนกระเป๋าที่ 1 การแบ่งทรัพย์สิน
เพิ่มขึ้นจาก 66,500 ล้านวอน เป็น 1.38 ล้านล้านวอน
คิดเป็นเงินไทยราว 30,000 ล้านบาท
โดยเป็นส่วนแบ่งจากหุ้น 35% ที่คุณชเวถือครองอยู่ บวกสินทรัพย์อื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
- ส่วนกระเป๋าที่ 2 ค่าชดเชยจากการนอกใจ
เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านวอน กลายเป็น 2,000 ล้านวอน
คิดเป็นเงินไทยราว 43 ล้านบาท
สาเหตุที่ค่าชดเชยการนอกใจก็ถูกปรับเพิ่มขึ้นด้วย เพราะศาลเห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณโนต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานทางใจ จากพฤติกรรมการนอกใจของคุณชเว
ทั้งยังมีหลักฐานว่า คุณชเวมีการวางแผนให้ผู้หญิงคนใหม่หย่ากับสามีเดิม ก่อนจะตั้งมูลนิธิให้ ซื้อบ้านให้ และพาออกงานสังคมเชิดหน้าชูตาอย่างเปิดเผย
ซึ่งถือเป็นการกระทำที่กระทบต่อศักดิ์ศรีของคู่สมรส และขัดหลักสามีภรรยาเดียวอย่างร้ายแรง
ทั้งหมดนี้ ทำให้ยกที่ 2 คุณโนสามารถพลิกเกมกลับมาได้เปรียบ ส่งผลให้ทรัพย์สินที่จะได้รับเพิ่มขึ้นมหาศาลจาก 1,700 ล้านบาท กลายเป็นกว่า 30,000 ล้านบาท
ยกที่ 3 ศาลฎีกา สั่งคว่ำกระดานเงินสีเทา
ในยกนี้เองเหตุการณ์กลับมาพลิกล็อกอีกครั้ง เพราะศาลฎีกาได้หยิบเอาประเด็นเงินกองทุนลับ มาตีความในมุมมองใหม่
โดยมองว่า เงินก้อนนี้ไม่ได้ขาวสะอาด แต่มันคือเงินสินบนที่พ่อของคุณโนแอบรับมาใต้โต๊ะในขณะที่ตัวเองกำลังนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศอยู่ ก่อนจะส่งต่อเงินทุนก้อนนั้นให้กับตระกูลลูกเขย
ดังนั้น การจะนำเอาเงินกองทุนลับก้อนนี้มาเป็นข้ออ้างในการขอแบ่งสมบัติมันก็เท่ากับว่า ศาลกำลังช่วยฟอกเงินสีเทาให้ถูกกฎหมาย
เมื่อเป็นแบบนี้ ศาลฎีกาจึงสั่งปัดตกหลักฐานชิ้นนั้นทันที พร้อมสั่งยกเลิกคำตัดสินเดิมในส่วนของการแบ่งสินสมรส ที่มีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาทที่ได้ตัดสินไปก่อนหน้า
แล้วส่งทั้งคู่กลับไปที่ศาลอุทธรณ์ เพื่อเปิดโต๊ะไกล่เกลี่ยและคำนวณตัวเลขกันใหม่อีกครั้ง
แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนกระเป๋าที่ 2 ที่เป็นค่าชดเชยจากการนอกใจ ส่วนนั้นให้คุณชเวจ่าย 43 ล้านบาทตามเดิม และถือว่าการหย่ามีผลสมบูรณ์
ยกที่ 4 ศาลอุทธรณ์รอบใหม่ (ปัจจุบัน)
ล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการนัดไกล่เกลี่ยกัน แต่ก็จบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายยังคงยืนกรานในจุดยืนของตัวเอง
โดยสิ่งที่พวกเขาต้องต่อสู้กันบนโต๊ะเจรจา จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเด็นหลักคือ สัดส่วนการมีส่วนร่วมและวันที่ใช้คิดราคาหุ้น
ในประเด็นแรก แน่นอนว่าฝ่ายคุณชเว ถ้าจะต้องนำหุ้นมาแบ่งก็ย่อมพยายามสู้เพื่อกดตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความดีความชอบนี้ให้เหลือน้อยที่สุด
ส่วนทางฝั่งคุณโนเองก็ได้เปลี่ยนกลยุทธ์มาหงายการ์ดบทบาทแม่บ้าน และการเป็นกองหนุนที่คอยดูแลครอบครัวอยู่เบื้องหลัง
โดยจ้างทนายความชื่อดังระดับท็อปด้านสิทธิสตรี มาช่วยสู้คดีทวงคืนสัดส่วนแบบยิบตา
แต่จุดที่ทำให้เรื่องราวทวีความซับซ้อนและน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีกคือ เรื่องของประเด็นที่ว่า จะอิงราคาหุ้นวันไหนมาใช้ในการคำนวณมูลค่าทรัพย์สิน ?
เพราะในระหว่างที่คดีต่อสู้กันอย่างยาวนานกว่า 8 ปี โลกของเราได้เข้าสู่ยุค AI แบบเต็มตัว
บริษัทเรือธงอย่าง SK hynix กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำป้อนให้กับ NVIDIA ส่งผลให้มูลค่าของอาณาจักร SK Group พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
นั่นหมายความว่า หากศาลตัดสินใจใช้ราคาหุ้นปัจจุบันที่กำลังร้อนแรงมาเป็นเกณฑ์การคำนวณ ต่อให้สัดส่วนจะถูกปรับลดลง ก็มีโอกาสที่จะได้ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอยู่ดี
หากลองคำนวณเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ
ถ้ายืนพื้นสัดส่วน 35% ตามคำตัดสินของศาลในยกที่ 2 โดยคุณชเวมีหุ้นอยู่จำนวน 12.9 ล้านหุ้น
ถ้าใช้ราคาหุ้นวันที่ศาลตัดสินในยกที่ 2 ที่ราคาหุ้น 160,000 วอน คุณโนจะได้ส่วนแบ่งราว 16,000 ล้านบาท
หรือถ้าอิงวันที่ศาลฎีกาให้การหย่ามีผลสมบูรณ์ หรือก็คือขึ้นศาลยกที่ 3 ที่ราคาหุ้น 218,500 วอน ก็จะได้ส่วนแบ่งราว 21,000 ล้านบาท
แต่ถ้าใช้ราคาหุ้นโดยอิงวันที่ปิดการพิจารณาคดีรอบใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ในศาลขณะนี้
คิดคร่าว ๆ ราคาหุ้นในปัจจุบันที่พุ่งขึ้นไปถึง 503,000 วอน จะทำให้ตัวเลขส่วนแบ่งที่จะได้รับก้าวกระโดดขึ้นไปเป็นราว 49,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ถ้าอิงราคาหุ้นช่วงนี้ต่อให้สัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่ได้จะน้อยลงเหลือเพียง 21% เธอก็จะยังคงได้รับเงินส่วนแบ่งมูลค่าราว 30,000 ล้านบาท
ซึ่งก็คือตัวเลขที่พอ ๆ กับตอนที่เธอชนะคดีในศาลอุทธรณ์ตอนยกที่ 2 อยู่ดี
ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้ว มหากาพย์คดีหย่าร้างระดับประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้คดีนี้จะจบลงที่ตัวเลขเท่าไรกันแน่
แต่สิ่งที่น่าสนใจและดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกร้ายคือ ต่อให้ทีมทนายของคุณชเวจะงัดทุกกลยุทธ์มาสู้คดี จนสามารถบีบสัดส่วนเปอร์เซ็นต์การแบ่งทรัพย์สินให้ลดลงมาได้สำเร็จ
แต่ตราบใดที่กระแส AI ยังคงร้อนแรงและราคาหุ้นของอาณาจักร SK Group ยังคงพุ่งทะยานขึ้นแบบไม่หยุดหย่อนแบบนี้
ก็หมายความว่า ต่อให้เขาจะชนะศึกในการต่อรองกดตัวเลขเปอร์เซ็นต์บนชั้นศาล
แต่อาจจะแพ้สงครามในการแบ่งสินทรัพย์ ถ้าต้องยึดราคาหุ้นตามวันที่คดีสิ้นสุดรอบใหม่
เพราะมูลค่าของเค้กสินทรัพย์ที่ขยายใหญ่ขึ้นในทุก ๆ วัน จากความสำเร็จและมูลค่าที่เติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่งของบริษัทตัวเอง
ก็จะเข้ามากลบสัดส่วนเปอร์เซ็นต์สินทรัพย์ที่หายไป และทำให้อดีตภรรยาของเขา ได้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นอยู่ดี..
#WealthPreservation
#วางแผนการเงิน
#SKGroup
References