
KJL เจ้าของแบรนด์ตู้ไฟฟ้า มูลค่า 1,300 ล้าน ที่ไปที่ไหน ก็เจอได้ทุกที่
15 มิ.ย. 2026
เวลาที่เราเดินไปตามท้องถนน หากเรามีโอกาสได้หยุดแวะ สังเกตดูตู้ไฟฟ้า ตามข้างทางอยู่บ้าง
ตู้ไฟฟ้าเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะมีโลโก เป็นตัวอักษรคำว่า “KJL” สลักไว้อยู่กับตู้
นั่นก็เพราะ KJL เป็นชื่อย่อของบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการผลิตตู้ไฟฟ้าเหล่านี้
ชื่อว่า “บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจผลิตตู้ไฟฟ้า อันดับ 1 ของไทย
หากสงสัยว่า แล้ว KJL มีความเป็นมาอย่างไร และนอกจากตู้ไฟฟ้าที่เราเห็นโลโกตามข้างทางกันบ่อย ๆ บริษัทยังทำธุรกิจอะไรอีกบ้าง ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
จุดเริ่มต้นของ KJL ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2531 โดยธุรกิจนี้เริ่มต้นมาแบบเป็นกิจการในห้องแถว ที่ก่อตั้งโดยคุณการุณย์ สุจิวโรดม ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องตู้ไฟฟ้าและรางเดินสายไฟ
หลังจากอดทนสู้ชีวิต ทำธุรกิจนี้มาได้ 8 ปี กิจการของบริษัทค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง
จนเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2539 ก็ได้จดทะเบียนบริษัท ในชื่อ “บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด” และในปี 2546 ก็ได้ย้ายโรงงานมาตั้งถิ่นฐานหลัก อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าเทคโนโลยีใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกนี้มากสักแค่ไหน บริษัท KJL ก็มีการพยายามปรับตัว ให้สอดคล้องกันไปเสมอ ตามยุคตามสมัย ไม่ว่าจะเป็น
- นำระบบคอมพิวเตอร์มาตรฐานจากญี่ปุ่นมาใช้งาน เพื่อช่วยขยายกำลังการผลิต และกระบวนการผลิต ให้มีประสิทธิภาพ
- เร่งความเร็วในการผลิต ผ่านการผสมผสานการนำนวัตกรรมชั้นนำของโลก และระบบการบริหารธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นขึ้น เพื่อให้บริษัทสามารถปรับตัว จนเติบโต และรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ได้
- ร่วมมือกับคนเก่ง ๆ เช่น บริษัท Schneider Electric ผู้นำด้านการวางระบบไฟระดับโลก เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า และเพิ่มจำนวนสินค้าให้หลากหลาย ทั้งครอบคลุมและครองใจลูกค้าเสมอ
เมื่อวัฒนธรรมองค์กร คือส่วนผสมระหว่าง การพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น และปรับปรุงกระบวนการทำงาน ให้เท่าทันโลกใหม่ให้ได้ตลอด
ปัจจัยเหล่านี้เอง จึงทำให้ เวลาลูกค้าต้องการสินค้าในหมวดตู้ไฟฟ้า ก็มักจะหนีไม่พ้น ต้องนึกถึงชื่อบริษัท KJL เป็นลำดับแรก ๆ นั่นเอง..
ปัจจุบัน สินค้าของบริษัท แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ประกอบด้วย
1. สินค้ามาตรฐานเคเจแอล
เป็นสินค้าที่บริษัทผลิตเอง และมีสต๊อกพร้อมขายให้ลูกค้า โดยจะอยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้า KJL และมีสินค้าอย่างเช่น
- ตู้ไฟสวิตช์บอร์ด คือตู้โลหะสำเร็จรูป เพื่อไว้ใช้บรรจุแผงวงจรไฟฟ้า
- รางเดินสายไฟ
- พูลบ็อกซ์ หรือกล่องดึงสาย ไว้ใช้ในการดึงสายไฟให้สะดวกต่อการเดินสายไฟ
- ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า และตู้ควบคุมมอเตอร์
- รางเดินสายไฟ
- พูลบ็อกซ์ หรือกล่องดึงสาย ไว้ใช้ในการดึงสายไฟให้สะดวกต่อการเดินสายไฟ
- ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า และตู้ควบคุมมอเตอร์
2. สินค้าสั่งผลิต
เป็นสินค้าที่บริษัทจะผลิตตามคำสั่งซื้อโดยเฉพาะจากลูกค้า
และยังรวมถึงสินค้าที่บริษัทได้รับสิทธิ์จากพันธมิตรอย่าง Schneider Electric ให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายตู้สวิตช์บอร์ดรุ่นมาตรฐานอย่าง Prisma iPM อีกด้วย
3. สินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า
เป็นบริการเสริม ที่ช่วยทั้งในการออกแบบ, ประกอบ และติดตั้ง แบบครบวงจร ให้กับลูกค้าหน้างาน เป็นไปได้สะดวกขึ้น
4. สินค้าโลหะแผ่นแปรรูปสั่งผลิตพิเศษ
และสุดท้าย บริษัทก็ยังมีบริการอีกหนึ่งอย่าง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าอย่างระบบไฟฟ้า
คือการใช้ความเชี่ยวชาญในเรื่องอุปกรณ์โลหะ ที่บริษัทมีอยู่เป็นทุนเดิม มาให้บริการออกแบบและผลิตโลหะแผ่น ตามความต้องการของลูกค้า
ทีนี้ เราลองมาดูผลประกอบการของบริษัทย้อนหลังกันบ้างดีกว่า
ปี 2566 รายได้ 1,088 ล้านบาท กำไร 152 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 1,210 ล้านบาท กำไร 181 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 1,127 ล้านบาท กำไร 127 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 1,210 ล้านบาท กำไร 181 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 1,127 ล้านบาท กำไร 127 ล้านบาท
และล่าสุดคือ ไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้ 309 ล้านบาท กำไร 26 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทก็ยังมีรายได้และกำไร เติบโตขึ้นได้ค่อนข้างต่อเนื่อง แม้ว่าในปี 2568 จะมีการชะลอตัวลงบ้าง ตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
แต่การที่บริษัทยังพอรักษาระดับของรายได้ ไม่ให้ลดลงไปมากแบบนี้ ก็อาจจะสะท้อนได้ว่า สินค้าของบริษัทนั้น คือของจำเป็น เพราะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้า ที่เราขาดไปไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องกลยุทธ์ในการจัดจำหน่ายสินค้า ที่กระจายขายผ่านตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศไทย
โดยช่องทางเหล่านี้ ก็มีส่วนช่วยลดความเสี่ยง จากการพึ่งพาลูกค้ารายใดรายหนึ่งมากเกินไป
ผลที่เราได้เห็น จึงเป็นภาพของบริษัทที่ยังพอประคองตัวต่อไปได้ แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา หลายคนก็เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจช่างฝืดเคืองมากจริง ๆ ก็ตาม
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราน่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวความเป็นมา และตัวธุรกิจของบริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) กันดีขึ้นแล้ว
หลังอ่านบทความนี้จบ ต่อไปเวลาเราผ่านไปตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วเห็นตู้ไฟฟ้า ก็อยากขอให้ลองหยุดยืนดูสักแป๊บหนึ่ง
เพื่อลองเช็กดูว่า ตู้ไฟฟ้าแบรนด์ KJL นั้น เราไปไหนก็เจอจริง ๆ ตามที่บทความนี้บอกเอาไว้ จริงหรือเปล่า ?..
---------------------
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในงาน
mai FORUM 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
สามารถเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://evcnx.co/mai2026
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในงาน
mai FORUM 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
สามารถเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://evcnx.co/mai2026

References
-รายงานประจำปี 2568 บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
-https://investor.kjl.co.th/th/corporate-information/company-milestones
-รายงานประจำปี 2568 บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
-https://investor.kjl.co.th/th/corporate-information/company-milestones