MAGURO อาณาจักรร้านอาหาร 2,000 ล้าน ที่เกิดขึ้น จากเพื่อนรัก 4 คน

MAGURO อาณาจักรร้านอาหาร 2,000 ล้าน ที่เกิดขึ้น จากเพื่อนรัก 4 คน

17 มิ.ย. 2026
ในตลาดหุ้นไทย มีธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดัง จดทะเบียนซื้อขายอยู่มากมาย
บรรดาบริษัทเหล่านี้ มีตั้งแต่แบรนด์เก่าแก่ อยู่มานาน หลาย 10 ปี และบริษัทที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่นาน แต่มีโมเดลธุรกิจแปลกใหม่ ช่วยสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด
โดยบริษัทที่เรากำลังพูดถึงในวันนี้ ก็คือ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO แบรนด์ร้านอาหารดัง ที่ไม่เวลาจะเปิดสาขาใหม่ หรือแบรนด์ใหม่เมื่อไร ก็จะสร้างกระแสให้มีคนสนใจ ตลอดเวลา
หากสงสัยว่า MAGURO เริ่มต้นมาได้อย่างไร และทำแบบไหน ถึงทำให้ธุรกิจเติบโตจนน่าสนใจได้แบบนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ในปี 2558 กลุ่มเพื่อนรักทั้ง 4 คน ที่มีความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ได้รวมตัวกันก่อตั้งร้านอาหาร ภายใต้แบรนด์ “MAGURO”
อันมีเป้าหมายที่จะทำร้านซูชิที่ไม่ประนีประนอมเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ ด้วยการเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่และให้รสชาติอันลึกซึ้งเหมือนกับทานที่ญี่ปุ่นจริง ๆ
โดยแบรนด์นี้ มีสาขาแรกตั้งอยู่ที่ Chic Republic บางนา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมีลูกค้าเข้ามาต่อคิวรอรับประทานกันอย่างล้นหลาม
จนทำให้ต่อมา ทางบริษัทได้มีการขยายสาขาออกไป ตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้า และคอมมิวนิตีมอลล์ ย่านพื้นที่อาศัยที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่มขึ้น
หลังจากประสบความสำเร็จกับแบรนด์ MAGURO บริษัทก็ยังได้พยายามผลักดันการเติบโตต่อไป ผ่านการใช้กลยุทธ์แตกแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า ให้กว้างขึ้น
โดยแบรนด์เหล่านี้ มีทั้งแบบบริษัทสร้างขึ้นเอง และไปซื้อสิทธิ์จากต่างประเทศ เพื่อมาเปิดบริการในไทยด้วย
ตอนนี้มีทั้งหมด 11 แบรนด์ ได้แก่
- แบรนด์ MAGURO ร้านซูชิ และอาหารญี่ปุ่น
- แบรนด์ MAGURO KAPPOU ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบพรีเมียม
- แบรนด์ SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี
- แบรนด์ HITORI SHABU ร้านชาบูเกรดพรีเมียม
- แบรนด์ HITORI SUKIYAKI ร้านสุกี้ยากี้สไตล์คันไซ
- แบรนด์ TONKATSU AOKI ร้านอาหารทงคัตสึ จากญี่ปุ่น
- แบรนด์ COUCOU ร้านอาหารแบบ All Day Dining สไตล์ตะวันตก
- แบรนด์ BINCHO ร้านอาหารญี่ปุ่น สไตล์ดั้งเดิม เน้นความพิถีพิถัน จากวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแท้
- แบรนด์ KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กเนื้อวากิวชื่อดัง แห่งเมืองฟูกูโอกะ
- แบรนด์ IPPE KOPEE ร้านข้าวแกงกะหรี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น
- แบรนด์ CHOPMAN ร้านข้าวมันไก่คราฟต์ ที่ขายเฉพาะช่องทาง Delivery
และยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ที่ 12 คือ Kaiten Ginza Onodera ซูชิสายพานพรีเมียมจากญี่ปุ่นอีกด้วย
ทีนี้เรามาดูผลประกอบการของบริษัทย้อนหลังกันบ้างดีกว่า
ปี 2566 รายได้ 1,046 ล้านบาท กำไร 72 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 1,378 ล้านบาท กำไร 97 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 1,988 ล้านบาท กำไร 148 ล้านบาท
และล่าสุดคือ ไตรมาสแรกของปี 2569 รายได้ 562 ล้านบาท กำไร 34 ล้านบาท
ซึ่งจะเห็นได้ว่า นอกจากบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตได้ในปี 2568 ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจไทยที่ไม่ค่อยดี
แต่ไตรมาสล่าสุดนี้ ยังทำรายได้และกำไรให้เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว 35% และ 5% ตามลำดับด้วย
ทีนี้หากเราไปลองย่อยผลประกอบการของบริษัท ให้ออกมาเป็นสัดส่วน 100 บาท จะได้ออกมาหน้าตาประมาณนี้
ส่วนของรายได้
- แบรนด์ MAGURO คิดเป็น 44 บาท
- แบรนด์ HITORI SHABU คิดเป็น 28 บาท
- แบรนด์ TONKATSU AOKI คิดเป็น 9 บาท
- แบรนด์ KIWAMIYA คิดเป็น 8 บาท
- แบรนด์ SSAMTHING TOGETHER คิดเป็น 7 บาท
- แบรนด์ COUCOU คิดเป็น 2 บาท
- แบรนด์ BINCHO คิดเป็น 2 บาท
ส่วนของค่าใช้จ่าย
- ต้นทุนขายและบริการ คิดเป็น 53 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการขาย คิดเป็น 28 บาท
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ต้นทุนทางการเงิน และภาษี รวมเป็น 13 บาท
สรุปเป็น จากรายได้ 100 บาทที่บริษัททำได้ จะเหลือเป็นกำไรทั้งหมดประมาณ 6 บาท นั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราน่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวความเป็นมา รวมถึงแบรนด์ร้านอาหารทั้งหมด ที่ให้บริการผ่านบริษัท MAGURO กันดีขึ้นแล้ว
จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์หลักของ MAGURO นั้น ค่อนข้างเน้นไปที่การแตกแบรนด์ เพื่อจับตลาดอาหารที่แตกต่างกัน แต่จะยังคงความเป็น Premium Mass ในแต่ละตลาดเหมือนเดิม
แต่อย่างไรก็ตาม การแตกแบรนด์พร้อมขยายสาขา ในตลาด Premium Mass ก็ยังมีความท้าทายอยู่ไม่น้อย
จากทั้งเรื่องของราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่กระทบกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้า
ทำให้เราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า แต่ละแบรนด์ของ MAGURO จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท เพื่อรอรับวันที่สภาพเศรษฐกิจไทยกลับมาสดใส ได้มากแค่ไหน
แต่เหล่าร้านในเครือ MAGURO ที่เกิดจากความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นของเพื่อนสนิท 4 คน
ก็น่าจะกำลังกลายเป็นร้านที่ทำให้หลายครอบครัว หลายคู่รัก และหลายแก๊งเพื่อน มีเรื่องราวความทรงจำดี ๆ ร่วมกันบนโต๊ะอาหาร
และเรื่องราวเหล่านี้ ก็คือความสุข ที่มาจากบริษัทช่วยเสิร์ฟออกไป พร้อมกับทุกจาน ที่ผ่านการละเมียดละไม ตั้งใจปรุงมาอย่างดี..
—------------------------------
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
ในงาน mai FORUM 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
สามารถเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ลิงก์นี้ https://evcnx.co/mai2026
References
-https://www.maguro.co.th/th/about-us/history
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/MAGURO/company-profile/oppday-company-snapshot
-รายงานประจำปี 2567-2568 บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
-Maguro Group จากร้านอาหารญี่ปุ่น สู่อาณาจักรร้านอาหาร รายได้ 1,500 ล้าน┃THE BRIEFCASE
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.