กลยุทธ์บริหารเงินสดไว้รอช้อนหุ้นแบบ Warren Buffett ที่นักลงทุนรายย่อยก็ทำตามได้ ผ่าน SGOV ETF

กลยุทธ์บริหารเงินสดไว้รอช้อนหุ้นแบบ Warren Buffett ที่นักลงทุนรายย่อยก็ทำตามได้ ผ่าน SGOV ETF

23 มิ.ย. 2026
หนึ่งในผลงานสุดท้ายของคุณ Warren Buffett ก่อนวางมือจากตำแหน่ง CEO ของบริษัท Berkshire Hathaway คือการเตรียมเงินสดไว้รอโอกาสในการลงทุนมากถึง 12 ล้านล้านบาท
แต่คุณ Warren Buffett กลับไม่ได้เลือกที่จะวางเงินสดนอนทิ้งไว้ในบัญชีธนาคาร หรือตู้เซฟที่ไหน
เพราะเขารู้ดีว่าเงินเหล่านี้ สามารถนำไปสร้างผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีสภาพคล่องสูงได้ เพื่อรับผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีเฉย ๆ 
ที่น่าสนใจก็คือ นักลงทุนรายย่อยแบบเรา ๆ ก็สามารถใช้กลยุทธ์บริหารเงินสด แบบเดียวกับที่คุณ Warren Buffett ทำได้เหมือนกัน
แล้วถ้าอยากรู้ว่าคุณ Warren Buffett มีวิธีบริหารเงินสดที่เตรียมไว้รอช้อนซื้อหุ้นอย่างไร ? แล้วเราจะทำแบบนี้ได้อย่างไรบ้าง ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
หลักการพื้นฐานที่หลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วก็คือ ถ้าเราทำงานเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเฉย ๆ โดยที่เราไม่ได้นำเงินไปลงทุน หาผลตอบแทนเพิ่มเติม
สุดท้ายแล้ว เงินออมที่อยู่ในบัญชีธนาคารของเรา ก็จะเสื่อมค่าลง เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไม่สูงมากพอที่จะชดเชยกับอัตราเงินเฟ้อได้
หลักการนี้เอง ก็ถูกนำมาปรับใช้กับการบริหารเงินสดในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่อย่างคุณ Warren Buffett
เพราะเมื่อพอร์ตการลงทุนของเขา มีขนาดใหญ่มากเท่าไร การมองหาโอกาสการลงทุน สำหรับเงินสดทุกบาท ทุกสตางค์ ก็เป็นไปได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
และเมื่อไม่มีโอกาสการลงทุนที่ดีเพียงพอให้คุณ Warren Buffett ใช้เงินสดลงทุนให้หมด ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเหลือเงินสดจำนวนมากอยู่ในพอร์ตการลงทุน
การถือเงินสดจำนวนมากนี้เอง ที่กลายเป็นปัญหา ว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้เงินสดเหล่านี้เสื่อมค่าลงไปตามกาลเวลาจากอัตราเงินเฟ้อ
เมื่อไม่มีโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้น คุณ Warren Buffett จึงต้องหันไปหาการลงทุนในตลาดตราสารหนี้แทน
และตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องสูงเพียงพอที่จะรองรับเงินสดมหาศาลของคุณ Warren Buffett ได้ มีผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และความเสี่ยงที่ต่ำ
ก็คือตั๋วเงินคลังของสหรัฐฯ ซึ่งจัดเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐฯ อายุไม่เกิน 3 เดือน
จึงมั่นใจได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีสภาพคล่องสูง
นี่จึงเป็นเหตุผลให้คุณ Warren Buffett เลือกที่จะเก็บเงินสดมูลค่ากว่า 12 ล้านล้านบาท ไว้ในรูปของตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ 
ตัดกลับมาที่นักลงทุนรายย่อยแบบเรา ๆ ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีเงินสดมากมายแบบคุณ Warren Buffett
แต่การนำเงินสดไปลงทุนในสิ่งที่ช่วยสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น แถมความเสี่ยงก็ไม่ได้สูงจนเกินไป ก็คงดีกว่าการวางเงินสดทิ้งไว้เฉย ๆ ในพอร์ต
ซึ่งหนึ่งในทางเลือกที่นักลงทุนหลายคนเลือกใช้ก็คือ กองทุน ETF ที่ชื่อว่า SGOV 
โดย SGOV มีชื่อเต็มว่ากองทุน iShares 0-3 Month Treasury Bond ETF ซึ่งมีนโยบายในการลงทุนในตั๋วเงินคลังอายุไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น
ความพิเศษของกองทุน ETF นี้คือ กองทุนจะมีการจ่ายปันผลออกมาเป็นรายเดือน และมีอัตราผลตอบแทนในช่วง 12 เดือนย้อนหลังเฉลี่ย 3.85% ต่อปี
ซึ่ง ETF นี้นักลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ง่าย ๆ ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหมือนซื้อขายหุ้นทั่วไปเลย
โดยผู้บริหารจัดการกองทุน ETF นี้ก็คือ BlackRock ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ 
เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถบริหารเงินสดที่เหลืออยู่ในพอร์ตของเรา ให้มีประสิทธิภาพเหมือนที่คุณ Warren Buffett ใช้บริหารเงินสดของตัวเองแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้ไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ
1. แม้ตั๋วเงินคลังจะมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคาร แต่ในบางช่วงเวลาก็อาจจะยังแพ้อัตราเงินเฟ้อได้
การลงทุนในตั๋วเงินคลังจึงไม่ได้เป็นการการันตีว่ามูลค่าเงินทุนของเราจะไม่เสื่อมค่าจากเงินเฟ้อ เพียงแต่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารเท่านั้น
2. ด้วยความที่ตั๋วเงินคลัง เป็นตราสารหนี้ระยะสั้น ก็ทำให้เราจะได้รับผลตอบแทนลดลง ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง
เราจึงต้องเข้าใจความเสี่ยงในการลงทุนของแต่ละทางเลือกให้ดี 
เพราะงานของนักลงทุน ไม่ได้จบลงแค่การมองหาโอกาสในการลงทุน 
แต่ยังรวมไปถึงการบริหารสภาพคล่อง แม้ในวันที่เรายังไม่เจอโอกาสการลงทุนที่ดีด้วย..
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขาย ETF เหล่านี้ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
#WealthPreservation
#กองทุน
#ETF
References
- รายงานประจำปี 2568 ของบริษัท Berkshire Hathaway 
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.