
วิเคราะห์ ES จิกซอว์ชิ้นใหม่ ที่ช่วยให้โมเดลธุรกิจ BDMS แข็งแกร่งขึ้น
10 ก.ย. 2026
ถ้าคนป่วยน้อยลง ธุรกิจโรงพยาบาลจะยังอยู่ได้ไหม ? คำถามนี้เรียบง่าย แต่น่าสนใจ ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวหน้า และผู้คนเริ่มตระหนักรู้เรื่องการรักษาสุขภาพของตัวเองมากขึ้น
ทำให้โมเดลธุรกิจที่รอให้ผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการ อาจไม่เพียงพอสำหรับอนาคตของธุรกิจสุขภาพอีกต่อไป
โรงพยาบาลสมิติเวช ในเครือ BDMS จึงตัดสินใจเปิดเกมรุก ก้าวข้ามกำแพงโรงพยาบาลออกไป แม้ในวันนี้ธุรกิจโรงพยาบาลจะยังคงแข็งแกร่งอยู่ก็ตาม ผ่านแบรนด์เวชสำอาง ES ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา
แล้วแบรนด์ ES มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมถึงมีโอกาส กลายเป็นจิกซอว์ชิ้นใหม่ ที่จะมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือ BDMS ในอนาคตได้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เมื่อก่อนกลยุทธ์การเติบโตของเครือ BDMS ก็คือการเข้าซื้อหลากหลายโรงพยาบาลทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าอย่างครอบคลุมทุก Segment เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลพญาไท เป็นต้น
นั่นก็เป็นเพราะว่า โมเดลธุรกิจของโรงพยาบาลนั้น ก็คือการเก็บค่าบริการ จากผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการกับทางโรงพยาบาล

การขยายสาขาของโรงพยาบาลให้ได้มาก ๆ และมีหลากหลายแบรนด์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าใน Segment ที่แตกต่างกัน โดยไม่ต้องลงทุนสร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือใหม่เองทั้งหมด จึงเป็นสิ่งที่ทาง BDMS โฟกัสในตอนนั้น
ถึงอย่างนั้น การที่ธุรกิจพยาบาลขยายสาขาโรงพยาบาลเข้าไปใกล้ ๆ แล้วรอให้ผู้ป่วยเดินเข้ามาหา อาจไม่ได้ตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว
ช่วงที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นการปรับยุทธศาสตร์ของทาง BDMS จากการ “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่การ “รักษาก่อนป่วย” หรือ Preventive Care ด้วยการสร้าง BDMS Wellness Ecosystem ผ่านโครงการ WellEra
แต่นอกจากการปรับกลยุทธ์แล้ว ทาง BDMS ยังได้ต่อยอดธุรกิจใหม่จากสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว นั่นก็คือความเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์โรงพยาบาลที่มี มาช่วยสร้างรายได้ แม้ลูกค้ายังไม่ได้เจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล
เห็นได้จากการเปิดตัวแอปพลิเคชันปรึกษาหมอผิวหนังออนไลน์แบบครบวงจร อย่าง SkinX ที่เกิดจากการจับมือกันของ Digital Health Venture บริษัทในเครือของโรงพยาบาลสมิติเวช และกองทุน SCB 10X ในปี 2566
ซึ่งแอปพลิเคชัน SkinX นี้เอง กลายเป็นช่องทางส่งต่อความเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ และความน่าเชื่อถือจากแบรนด์ของโรงพยาบาลสมิติเวชในเครือ BDMS ทั้งการปรึกษาหมอผิวหนัง และการรับยาจากที่ทางแพทย์จัดให้ ออกไปหาผู้ใช้งานถึงที่บ้านผ่านหน้าจอมือถือ
ตรงนี้เองจึงทำให้ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับบริการกับทางเครือ BDMS สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ผู้ใช้งานจะไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาในโรงพยาบาลในเครือ BDMS สักแห่งเลยก็ตาม
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ทาง SkinX ได้รับกลับมา ก็คือปัญหาผิวหนังที่เกิดขึ้นจริง จากผู้ใช้งานระดับ 50,000 คนต่อเดือน ที่เข้ามาปรึกษาหมอผิวหนังผ่านทางออนไลน์
SkinX จึงไม่ใช่แค่แอปพลิเคชัน แต่เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อม ความเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ เข้ากับ Insight จริงจากผู้บริโภค
จนต่อยอดไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันกับทีมแพทย์ผิวหนังใน SkinX ออกมาเป็นแบรนด์ ES ในปี 2567 ผ่านปรัชญาของแบรนด์อย่าง “สกินแคร์ที่คิดมาให้…ใช่กับผิว”

ในมุมของธุรกิจแล้ว การแตกไลน์ธุรกิจออกมาทำแบรนด์สกินแคร์ด้วยตัวเองนั้น นอกจากจะลดการพึ่งพาสินค้าจากแบรนด์อื่น ๆ เพื่อนำมาขายในแอปพลิเคชันแล้ว
ยังเป็นการนำเครือ BDMS ให้ก้าวขาเข้าไปคว้าโอกาสในตลาดใหม่ ที่ทั้งใหญ่และกำลังเติบโตต่อเนื่อง เห็นได้จากที่ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ได้ประเมินไว้ว่า ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย น่าจะเติบโตจนมีมูลค่าถึง 160,000 ล้านบาท ได้ในปีนี้
แม้ตลาดเครื่องสำอางจะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งแบรนด์ ES ก็ไม่ใช่แบรนด์เครื่องสำอางเดียวในตลาด ที่มีความน่าเชื่อถือจากแบรนด์โรงพยาบาลหนุนหลัง
แต่สำหรับผู้บริหาร BDMS แล้ว การยึดติดอยู่กับโมเดลธุรกิจโรงพยาบาลแบบเดิม ๆ แล้วปล่อยให้คู่แข่งช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดตรงนี้ไป ดูจะเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าการต้องบุกเข้าไปแข่งขันกับคู่แข่งมาก
นอกจากนี้ รูปแบบรายได้ที่เกิดจากการขายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ออกไป ยังมีความสม่ำเสมอกว่ารูปแบบรายได้ ที่เกิดขึ้นจากการให้ผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการ
เพราะความเจ็บป่วยนั้น ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน และเมื่อรักษาหายแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่มีใครอยากจะเจ็บป่วยซ้ำหลาย ๆ รอบ
แต่ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เมื่อใช้หมดแล้ว ลูกค้าก็มีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ กลายเป็นการสร้างรายได้ที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ หรือ Recurring Revenue
เมื่อนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์จนถึงครึ่งแรกของปี 2569 นี้ แบรนด์ ES มียอดขายสะสม 100 ล้านบาท พร้อมกับเริ่มออกจำหน่ายผ่านช่องทาง Modern Trade เรียบร้อยแล้ว

ทิศทางของแบรนด์ในปีนี้วางอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ Biome การดูแลจุลินทรีย์บนผิว, Barrier การดูแลเกราะปกป้องผิว และ Good Skin การส่งเสริมสุขภาพผิว เพิ่มเติมจากความเชี่ยวชาญเรื่องปัญหาสิว และผิวบอบบาง ที่ทำให้แบรนด์ ES เป็นที่รู้จักในช่วงแรก
จากวิสัยทัศน์ของคุณธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง CEO ของทาง SkinX ที่มองว่า แนวคิดเรื่อง Longevity นั้นไม่ใช่แค่อายุยืนยาว แต่หมายถึงสุขภาพดีในทุกช่วงวัย จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว เพราะผิวหนังก็ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่สะท้อนสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างชัดเจน

และมีการดึง คุณบุ๊ค กษิดิ์เดช ปลูกผล นักแสดงชื่อดังจาก GMMTV เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ สำหรับเป็นตัวแทนในการสื่อสารความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ES ให้กับคนรุ่นใหม่อย่างเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

โดยในมิติของการสร้างแบรนด์นั้น การเลือกพรีเซนเตอร์คนแรกที่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ในวงกว้าง ไม่ได้ช่วยแค่เสริมให้แบรนด์ BDMS ดูมีความทันสมัยมากขึ้น
แต่เป็นการช่วยเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของโรงพยาบาล ที่ผู้คนต้องนึกถึงเมื่อตอนเจ็บป่วยแค่อย่างเดียว ให้สามารถนึกถึงได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ผ่านการใช้สกินแคร์ในทุก ๆ วัน
จากทั้งหมดนี้เองจะเห็นได้ว่า การแตกไลน์ธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจอย่าง แอปพลิเคชัน SkinX และแบรนด์สกินแคร์ ES ไม่ได้ให้แค่เพียงช่องทางรายได้ใหม่ ๆ ที่มีกระแสรายได้สม่ำเสมอกว่าธุรกิจโรงพยาบาลแบบเดิมเท่านั้น
แต่เป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ช่วยพา BDMS ก้าวออกนอกกำแพงโรงพยาบาล เพื่อรักษาพื้นที่ในตลาด Consumer Health
โดยมีรากฐานเดิมที่แข็งแกร่งอย่างความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์โรงพยาบาลสมิติเวช ที่ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ศูนย์หนุนหลังนั่นเอง…
References
-https://investor.bdms.co.th/th/general/company-background
-https://www.bdmswellness.com/th/article/news/bdms-wellness-clinic-and-the-global-wellness-institute
-https://www.scb10x.com/blog/skin-x
-https://skinx.app/
-https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/2303
-Press Release จากแบรนด์ ES
-https://investor.bdms.co.th/th/general/company-background
-https://www.bdmswellness.com/th/article/news/bdms-wellness-clinic-and-the-global-wellness-institute
-https://www.scb10x.com/blog/skin-x
-https://skinx.app/
-https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/2303
-Press Release จากแบรนด์ ES