ถอดตำราการส่งต่อมรดก 300 ปี ของ The Duke of Westminster ตระกูลผู้ดีอังกฤษ เจ้าของที่ดินหรูใจกลางกรุงลอนดอน

ถอดตำราการส่งต่อมรดก 300 ปี ของ The Duke of Westminster ตระกูลผู้ดีอังกฤษ เจ้าของที่ดินหรูใจกลางกรุงลอนดอน

9 เม.ย. 2026
ที่อยู่อาศัยย่านคนรวยในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานทั่วโลก มักจะมีจุดร่วมอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน
นั่นก็คือ ที่ดินส่วนใหญ่ มักจะถือครองโดยตระกูลเก่าแก่ที่บรรพบุรุษเคยเป็นขุนนางใหญ่ หรือเชื้อพระวงศ์มาก่อน
ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ ก็คือที่ดินย่านหลังสวน ไปจนถึงราชดำริ
ส่วนลอนดอนของอังกฤษ ก็มีย่านที่อยู่อาศัยของคนรวยคือย่าน Mayfair ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่เป็นของตระกูล Grosvenor ตระกูลขุนนางเก่าแก่ของอังกฤษ ผู้สืบทอดตำแหน่ง The Duke of Westminster
ที่น่าสนใจก็คือ ที่ดินในย่าน Mayfair ของตระกูล Grosvenor ถูกส่งต่อเป็นมรดกติดต่อกันเป็นเวลากว่า 300 ปีแล้ว
แล้วตระกูล Grosvenor ทำอย่างไร ? ถึงสามารถส่งต่อมรดกเป็นที่ดินผืนงามในย่าน Mayfair ได้ โดยที่ไม่มีทายาทคนไหนเคยคิดจะขายออกไปเลย 
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
จุดเริ่มต้นของตระกูล Grosvenor ต้องย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 350 ปีก่อน
เมื่อ Sir Thomas Grosvenor แต่งงานกับ Mary Davies ลูกสาวของนักกฎหมาย และนักการเงินในยุคนั้น
โดยการสมรสในครั้งนั้น Mary Davies ได้นำที่ดินจำนวน 500 เอเคอร์ในย่าน Mayfair มาเป็นสินสมรสด้วย
ทำให้ตระกูล Grosvenor จึงกลายเป็นเจ้าของที่ดินในย่าน Mayfair ตั้งแต่ตอนนั้น
แต่ที่ดินย่าน Mayfair ในเวลานั้น ยังเป็นทุ่งหญ้าเปล่า ๆ ที่ความเจริญของลอนดอนยังเข้าไปไม่ถึง
ต้องรออีก 50 ปี กว่าที่ความเจริญจะขยับขยายมาในย่านนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ และโรคระบาดครั้งใหญ่ในลอนดอน
จนทำให้เกิดความต้องการพื้นที่การอยู่อาศัยที่กว้างขวาง และไม่แออัดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูงของอังกฤษ
พอเรื่องเป็นแบบนี้ก็ทำให้ตระกูล Grosvenor พัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยในย่าน Mayfair ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์การมองหาที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง
โดยเน้นการออกแบบผังเมืองให้สวยงาม มีถนนที่กว้างขวาง และสร้างสวนสาธารณะขนาดย่อมขึ้นมา
โดยหลังจากนั้น การออกแบบที่อยู่อาศัยในย่าน Mayfair กลายมาเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงในอังกฤษเรื่อยมา
เมื่อความเจริญเติบโตของเมืองขยายมาถึงย่าน Mayfair ตระกูล Grosvenor ก็ไล่ซื้อที่ดินรอบ ๆ ในย่านใกล้เคียง อย่างเช่น ย่าน Belgravia และย่าน Pimlico
ก่อนที่ต่อมาจะมีการขายที่ดินในย่าน Pimlico ออกไป เพื่อนำเงินไปจ่ายภาษีมรดก
การที่ต้องเสียที่ดิน เพื่อนำเงินไปเสียภาษีนี้เอง ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นให้ในรุ่นหลัง ๆ ของตระกูล Grosvenor จัดตั้งกองทรัสต์ขึ้นมา
กองทรัสต์ คือกองทรัพย์สินที่เจ้าของมอบให้บุคคลที่ 3 คอยดูแลทรัพย์สินให้ เรียกว่า ผู้ดูแลกองทรัสต์ หรือ Trustee ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพ
หลังจากโอนทรัพย์สิน เข้าไปในกองทรัสต์แล้ว ในทางกฎหมายทรัพย์สินในกองทรัสต์ จะไม่ใช่ของเราอีกต่อไป แต่เราจะเป็นผู้รับผลประโยชน์แทน
วิธีการนี้ จะทำให้เรายังคงได้รับผลตอบแทนจากทรัพย์สินในกองทรัสต์อยู่ แต่จะไม่ถูกเก็บภาษีมรดกอีกต่อไป เพราะจะถือว่าไม่มีใครในตระกูลเป็นเจ้าของโดยตรง ทรัพย์สินในกองทรัสต์จึงไม่ใช่มรดก
อย่างไรก็ตามอังกฤษมีกฎหมายสำหรับเรียกเก็บภาษีกองทรัสต์โดยเฉพาะ แต่จะเก็บในอัตรา 6% ของมูลค่าทรัพย์สินในกองทรัสต์ แต่จะเก็บทุก ๆ 10 ปี
ซึ่งหากเทียบกับภาษีมรดกที่สูงถึง 40% ของมูลค่าส่วนเกินจากเกณฑ์ยกเว้นแล้ว การเก็บทรัพย์สินในกองทรัสต์ ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก
เนื่องจากทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูล Grosvenor ล้วนเป็นที่ดิน และอาคารที่ถูกปล่อยเช่า เพื่อสร้างรายได้เป็นรายเดือน
การจ่ายภาษีในอัตรา 6% ทุก ๆ 10 ปี จึงดีกว่าการจ่ายภาษีก้อนใหญ่ในครั้งเดียว เพราะจะได้มีเวลาวางแผนการเงิน และไม่ต้องขายทรัพย์สินออกไป
นอกจากการสร้างกองทรัสต์ขึ้นมา จะมีประโยชน์ในแง่การส่งต่อมรดกจากรุ่นสู่รุ่นแล้ว
ยังมีประโยชน์ในแง่ของการปกป้องทรัพย์สินของตระกูล ไม่ให้ถูกแบ่งออกไปให้คู่สมรส ในกรณีที่เกิดการฟ้องหย่ากัน
และป้องกันไม่ให้ทายาทที่มีนิสัยใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมรดกออกไปจนหมดอีกด้วย
แต่ก็ใช่ว่าผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างทายาท จะไม่มีทางขายทรัพย์สินออกมาได้เลย
เพราะทายาทประจำตระกูลของ Grosvenor มักจะสืบทอดตำแหน่งประธานคณะผู้ดูแลทรัสต์ด้วย
หากทายาทต้องการจะขายทรัพย์สิน ก็สามารถยื่นแผนการขายทรัพย์สินให้คณะกรรมการผู้ดูแลทรัสต์พิจารณาได้เช่นกัน
ปัจจุบันทายาทผู้ได้รับผลประโยชน์ในกองทรัสต์ของตระกูล Grosvenor ก็คือ The Duke of Westminster คนปัจจุบัน คือ Hugh Grosvenor 
ซึ่งได้รับการประเมินจากสื่อว่าเขามีทรัพย์สินสูงถึง 9,500 ล้านปอนด์ หรือ 409,000 ล้านบาท
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ รู้ไหมว่ากองทรัสต์ มีจุดเริ่มต้นในอังกฤษ ตั้งแต่สมัยสงครามครูเสด เมื่อ 800 ปีก่อน
โดยอัศวินที่จะไปออกรบ มักจะนำที่ดินที่ตัวเองครอบครองไปฝากไว้ให้คนที่ไว้ใจได้ดูแลแทน ในช่วงที่อัศวินไปออกรบ
ซึ่งภายหลังเกิดเป็นธุรกิจรับดูแลทรัพย์สิน อันเป็นที่มาของกองทรัสต์ ที่มาจากคำว่า “Trust” ซึ่งแปลว่าความไว้ใจ นั่นเอง..
#WealthTransfer
#วางแผนมรดก
#กองทรัสต์
References
© 2026 WealthThink. All rights reserved. Privacy Policy.