
MMM Capital จาก SME ที่ทำธุรกิจแค่ 10 ปี วันนี้เป็นบริษัทในตลาดหุ้น มูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท
19 มิ.ย. 2026
รู้ไหมว่า MMM Capital คือบริษัทแรกจากตลาดหุ้น LiVEx ที่สามารถขยับชั้นขึ้นมาระดมทุนในตลาดหุ้น mai ได้สำเร็จ
โดยตลาดหุ้น LiVEx คือตลาดหุ้นแห่งใหม่ของไทย ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนให้กับสตาร์ตอัป และ SME ซึ่งเป็นบริษัทขนาดเล็ก
ที่น่าสนใจก็คือ บริษัทแห่งนี้เพิ่งจะมีอายุครบ 10 ปีเท่านั้นเอง
แล้วเรื่องราวของ MMM Capital จะมีความน่าสนใจมากแค่ไหน ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ในปี 2559 คุณณิชา โรจน์วัฒนา และคุณสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล 2 นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ในวงการอสังหาฯ มาอย่างยาวนาน
และเป็นที่รู้จักในกลุ่มเจ้าของโครงการ ไปจนถึงกลุ่มนายหน้าอสังหาฯ รายอื่น ๆ จากการปิดการขาย และให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
ได้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ จึงทำให้ทั้งคู่ได้ริเริ่มก่อตั้งบริษัท MMM Capital ขึ้นมา ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท
หลังจากก่อตั้งบริษัทมาได้ 7 ปี ทางบริษัทก็ตัดสินใจเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้น LiVEx ในชื่อย่อ “MMM23” ในเดือนธันวาคม ปี 2566
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 ที่ผ่านมานี้ทางบริษัทก็ผ่านเกณฑ์ในการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้น mai ได้สำเร็จ
โดยปัจจุบัน MMM Capital มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่เกือบ 1,000 ล้านบาท จากการทำธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ และธุรกิจซื้อขายอสังหาฯ ใน 3 รูปแบบ คือ
1. การให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ
บริษัทจะให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด และการขายอสังหาริมทรัพย์แก่เจ้าของโครงการต่าง ๆ
โดยบริษัทจะต้องวางเงินประกันสัญญาจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นตัวแทนขายอสังหาฯ ของโครงการนั้นแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อได้สิทธิในการเป็นตัวแทนขายมาแล้ว บริษัทก็จะให้นายหน้าอิสระในเครือข่ายช่วยหาลูกค้า และปิดการขายในที่สุด
แล้วพอลูกค้าทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าของโครงการเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะเรียกเก็บค่าบริการกับเจ้าของโครงการ พร้อมกับแบ่งค่านายหน้าให้กับนายหน้าอิสระที่ทำการปิดการขายได้
2. การบริหารงานขายโครงการ
การให้บริการในรูปแบบนี้ เป็นการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อทั้งจำนวน หรือกล่าวได้ว่าเป็นการรับประกันการขายให้กับเจ้าของโครงการ
รูปแบบธุรกิจดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของโครงการว่าบริษัทจะสามารถปิดการขาย และโอนกรรมสิทธิ์ได้ครบตามเป้าหมายที่ตกลงกันไว้
ข้อดีของการให้บริการรูปแบบนี้ คือบริษัทสามารถต่อรองเพิ่มส่วนแบ่งผลประโยชน์ได้มากขึ้น ทำให้อัตรากำไรของบริษัทดีขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อรูปแบบ Hybrid ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบธุรกิจประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 เข้าด้วยกัน
โดย MMM ได้ออกแบบโมเดลดังกล่าวเพื่อรองรับความต้องการของเจ้าของโครงการแต่ละราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น LPN, BLESS และ KUNALAI
3. ธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
บริษัทมีการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในบางโอกาสที่เห็นว่าทรัพย์มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยหลังจากซื้อมา ก็จะทำการรีโนเวต เพื่อขายต่อในราคาที่สูงขึ้น
ทีนี้เราลองมาดูผลประกอบการกันว่า กลยุทธ์ และโมเดลธุรกิจที่กล่าวมานี้ ได้สร้างการเติบโตให้บริษัทมากน้อยแค่ไหน
ปี 2564 รายได้จากการขายและบริการ 105 ล้านบาท กำไรสุทธิ 11.6 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้จากการขายและบริการ 168 ล้านบาท กำไรสุทธิ 35 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้จากการขายและบริการ 256 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47.7 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้จากการขายและบริการ 358 ล้านบาท กำไรสุทธิ 80.8 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้จากการขายและบริการ 770 ล้านบาท กำไรสุทธิ 135 ล้านบาท
ก็จะเห็นได้ว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างการเติบโตทั้งรายได้ และกำไรมาโดยตลอด
โดยรายได้เติบโตมากกว่า 7 เท่า และกำไรสุทธิก็เติบโตมากกว่า 11 เท่า ภายในระยะเวลาแค่ 5 ปี
นอกจากนี้ ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาด LiVEx บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส รวม 9 ไตรมาสติดต่อกัน สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น
โดยบริษัทไม่เพียงแต่สร้างการเติบโตเฉพาะในธุรกิจเดิมเท่านั้น บริษัทยังมีแผนสร้างการเติบโต ด้วยการเป็นผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงินแบบครบวงจร โดยการเพิ่ม 2 ธุรกิจใหม่เข้ามาคือ
1. บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม เมกะ ฟิน โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อ โดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งจะช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญของบริษัทในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ธุรกิจการเงินที่เกี่ยวเนื่องกัน
2. บริษัท เทวา ลิงก์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและการขาย และมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนต่อโครงการได้มากขึ้น
และนี่ก็คือเรื่องราวการเติบโตของบริษัท MMM Capital บริษัทที่เริ่มต้นจาก 2 นายหน้าอสังหาฯ ที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน
และมีความกล้าที่จะทำตามความฝัน ด้วยการเปิดบริษัทของตัวเองขึ้นมา ผ่านมาเพียงแค่ 10 ปี ความเชี่ยวชาญของทั้งคู่ ก็ได้สร้างมูลค่าให้บริษัทได้เกือบ 1,000 ล้านบาท..
—------------------------------
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
พบปะพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
ในงาน mai FORUM 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เวลา 09:00-18:00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
สามารถเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ ลิงก์นี้ https://evcnx.co/mai2026
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ ลิงก์นี้ https://evcnx.co/mai2026

References
- รายงานประจำปี 2568 ของบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
- https://www.dct.or.th/th/our-service/detail/367
- https://mgronline.com/stockmarket/detail/9660000113144#google_vignette
- หนังสือชี้ชวนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกของบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
- https://weblink.set.or.th/dat/news/202605/2025NWS110520261240155840T
- https://www.mmm.co.th/story
- รายงานประจำปี 2568 ของบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
- https://www.dct.or.th/th/our-service/detail/367
- https://mgronline.com/stockmarket/detail/9660000113144#google_vignette
- หนังสือชี้ชวนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกของบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
- https://weblink.set.or.th/dat/news/202605/2025NWS110520261240155840T
- https://www.mmm.co.th/story