
ตลาดหุ้นไทย กำลังมีห่านทองคำ มูลค่า 650,000 ล้านบาท ที่หลายคนมองไม่เห็น
12 มิ.ย. 2026
651,239 ล้านบาท คือเม็ดเงินปันผลทั้งหมดของหุ้นไทย ที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา
แถมสถิติการจ่ายเงินปันผลนี้ เป็นสถิติการจ่ายเงินปันผลที่สูงที่สุดตลอดกาล ของตลาดหุ้นไทย แม้ว่าในปีที่แล้ว หลายคนจะลงความเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย จะไม่ค่อยดีก็ตาม
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยของเรา เหมือนกับห่านทองคำ ที่ถูกข่าวร้ายบดบังไว้ จนหลายคนมองไม่เห็น
ถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเริ่มสนใจ ว่าหุ้นปันผลไทย มีความน่าสนใจอะไรบ้าง ที่รอให้เราค้นพบ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
สิ่งแรกที่ช่วยยืนยันว่าหุ้นปันผลไทย น่าสนใจในฐานะห่านทองคำประจำพอร์ตของเรา ก็คือตัวเลข Dividend Yield หรืออัตราผลตอบแทนเงินปันผล ที่ตั้งแต่ต้นปีมานี้ เฉลี่ยแล้วก็อยู่ในระดับประมาณ 4%
ถ้าถามว่าตัวเลขประมาณ 4% นั้นสูงหรือต่ำแค่ไหน จะตอบคำถามนี้ได้ก็ต้องเอาไปเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ในเอเชียด้วยกัน
โดยในช่วงนี้ เฉลี่ยแล้ว Dividend Yield ในตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย ก็อยู่ที่ประมาณ 2.97% เท่านั้น หมายความว่าตลาดหุ้นไทยนั้น โดดเด่นมากในเรื่องการให้ผลตอบแทนนักลงทุน ผ่านการจ่ายปันผล
เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา รวมถึงตลาดหุ้นที่นักลงทุนหลายคนกำลังสนใจอย่าง จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ที่ก็ถูกนับเป็นกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย
แต่ด้วยความที่ Dividend Yield นั้น จะถูกคิดจากการนำ เงินปันผลต่อหุ้น หารด้วยราคาหุ้น บางคนก็อาจจะสงสัยว่า ตัวเลข Dividend Yield ที่ดูดีนั้น เป็นผลลัพธ์ของราคาหุ้นที่ร่วงลงมา มากกว่าการจ่ายปันผลหรือเปล่า
ซึ่งจากข้อมูลก็คงจะบอกเราได้ว่า ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินปันผลที่บริษัทในตลาดหุ้นไทยจ่ายรวมกัน เติบโตขึ้นเฉลี่ยแล้วปีละ 4.57% เลย แถมตั้งแต่ต้นปีนี้ ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 23% แต่ Dividend Yield ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงได้
เพราะฉะนั้นตัวเลข Dividend Yield ของหุ้นไทยในตอนนี้ ดูจะเป็นผลมาจากเงินปันผลต่อหุ้นที่เติบโต มากกว่าราคาที่ร่วงลงไป
และถึงแม้ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวขึ้นมาประมาณหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่ถ้าหากเราเทียบอัตราส่วน P/E Ratio ที่ใช้บอกความถูกแพงของหุ้น ระหว่างตลาดหุ้นไทย กับตลาดหุ้นอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน
ก็พบว่าตลาดหุ้นไทยมี P/E Ratio อยู่ที่ 16.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 19.8 เท่า
การที่โดยเฉลี่ยแล้วหุ้นในตลาดหุ้นไทย ไม่ได้มีมูลค่าที่แพงเกินไปนั้น นอกจากจะช่วยให้นักลงทุนมี Margin of Safety หรือส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยในเวลาที่ราคาหุ้นปรับตัวลง ค่อนข้างมากแล้ว
เวลาหุ้นที่เราซื้อจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของหุ้นเรายังเท่าเดิม หรือไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ก็จะทำให้เราได้ ผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากเงินปันผล เมื่อเทียบกับต้นทุนที่แท้จริง หรือ Yield On Cost สูงขึ้น
ซึ่งถ้าหากหุ้นนั้น จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นมาก Yield On Cost ของเราก็อาจจะสูงกว่า Dividend Yield เมื่อเข้าซื้อหุ้นเสียอีก
อย่างไรก็ตาม “กับดักปันผล” ยังเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถวางใจได้ 100% เพราะหุ้นที่ Dividend Yield ดูสูงในวันนี้ ไม่ได้มีอะไรการันตีว่า ตัวเลขนั้นจะคงอยู่ต่อไป
เพราะเงินปันผลนั้น เป็นสิ่งที่สามารถลดลง หรือไม่จ่ายเลยก็ยังได้ เพราะการจ่ายปันผล คือการที่บริษัทแบ่งปันผลกำไรให้เราในรูปเงินสด
ถ้าหากเราลงทุนในบริษัทที่ไม่มีการเติบโต เงินที่จ่ายปันผลของเราก็อาจจะลดลงไปด้วย จากกำไรที่มีมาแบ่งให้เราน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ทางตลาดหลักทรัพย์ก็มีสิ่งที่เรียกว่า แผนโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน หรือ JUMP+ ที่กระตุ้นให้หลากหลายบริษัท ต้องมีแผนการพัฒนาศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้ธุรกิจเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วง 3 ปี
ซึ่งในตอนนี้ก็มีกว่า 143 บริษัท ที่ต่างก็ตั้งเป้าว่าจะสร้างการเติบโต เพิ่มความสามารถในการทำกำไร ไปจนถึงเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นด้วย
โดยหุ้นของบริษัทที่อยู่ในโครงการ JUMP+ นั้น หลายตัวก็เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างดี ทำให้เราสามารถคาดหวังได้ว่า บริษัทเหล่านี้จะมีศักยภาพในการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นให้กับเราได้ในระยะยาว
จะเห็นได้ว่าตอนนี้ ห่านทองคำ ที่ชื่อตลาดหุ้นไทย ดูเหมือนกำลังจะตื่นจากการหลับใหล และกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในสายตานักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงตรงนี้ถ้าหากเราไม่อยากเสียโอกาส ในการที่จะแบ่งเค้กปันผล 650,000 ล้านบาท ที่มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเฟ้นหา หุ้นปันผลคุณภาพสูงมาประดับพอร์ตได้อย่างไร
มาหาคำตอบได้เลยที่งาน SET in the City 2026 ใน Session “ล็อกเป้าหมายสร้าง Passive Income จากหุ้นปันผลดี กิจการแกร่ง”
ที่จะมีทั้งนักลงทุนมากประสบการณ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน มาให้ความรู้นักลงทุน ที่ต้องการหาหุ้นปันผลตัวแรกอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การตั้งเป้าหมายสร้าง Passive Income และวิธีการคัดเลือกหุ้นปันผลพื้นฐานดี ธุรกิจแข็งแกร่ง
เพื่อสร้าง Passive Income โดยไม่ต้องเจอกับดักหุ้นปันผลมากวนใจ ลงทุนอย่างหลับสบาย ด้วยการมีเงินทำงานให้เรา..
คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า ฟรี >> https://s.setth.org/lax